ſ ตัดตอนอำานาจส.ว.มีปัญหา

Daily News Thailand - - ต่อข่าวหน้า 1-สหกรณ์ -

ที่รัฐสภา นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ สมาชิก สนช. กล่าวว่า การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ให้สอดคล้องกับประเด็นคำาถามพ่วง โดยให้ 250 ส.ว. สรรหา สามารถเสนอชื่อนายก รัฐมนตรีได้ ขึ้นกับผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ได้แก่ 1. สนช.ในฐานะที่รับผิดชอบตั้งคำาถามพ่วง 2. กรธ.ในฐานะผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ และ 3. ศาล รัฐธรรมนูญที่จะทำาหน้าที่วินิจฉัย ขั้นสุดท้าย ส่วนตัวมองว่า หากไม่แก้ร่างรัฐธรรมนูญ ให้ ส.ว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี อาจมีปัญหา ในอนาคต เพราะ ส.ว. ชุดใหม่ จะต้องตีความ ว่าตัวเองมีอำานาจเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี และ เชื่อว่า ประเด็นนี้จะจบลงที่ศาลรัฐธรรมนูญ กำาหนดเพิ่มเติมไปในกฎหมายเกี่ยวข้องให้คดี เลือกตั้ง สามารถทบทวนคำาพิพากษาของศาลได้ หากปรากฏมีหลักฐานพยานใหม่ชัดเจนว่าผู้ที่ถูก ตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต ถูกกลั่น แกล้งจากการเบิกความเท็จของพยาน เพราะ ถือว่าโทษดังกล่าวเป็นโทษที่มีความรุนแรง นุเบกษา เผยแพร่คำาสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 47/2559 เรื่อง การดำาเนินการตามคำาสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 33/2559 ให้ข้าราชการ ไปปฏิบัติ ราชการในหน่วยงานอื่น มีใจความ สรุปว่า ขณะนี้มีการร้องเรียนพฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐ ละเลยการปฏิบัติหน้าที่กระทบต่อการแก้ ปัญหาค้ามนุษย์ตามนโยบายรัฐบาล จึงอาศัย อำานาจตามมาตรา 44 มีคำาสั่งเพิ่มเติมดังนี้ หาก ผลการตรวจสอบของผู้บังคับบัญชาไม่พบ เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ถูกตรวจสอบมีความผิด ให้ ประธาน ศอตช. แต่งตั้งคณะบุคคล ขึ้นมาตรวจ สอบเปรียบเทียบอีกครั้งหนึ่งให้แล้วเสร็จ ภายใน30 วัน ในกรณีผลตรวจสอบของ ศอตช. ไม่พบเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีมูลความผิดทางวินัย หรืออาญา ให้เยียวยาไปดำารงตำาแหน่งในระดับ เดิมตามความเหมาะสม

แต่หากผลตรวจสอบไม่สอดคล้อง กับผลการตรวจสอบเดิมให้หารือร่วมกับผู้ บังคับบัญชา แล้วให้ผู้บังคับบัญชาดำาเนินการ ตามผลการหารือ โดยให้ถือว่าการดำาเนินการ ตามคำาสั่งนี้เป็นการดำาเนินการทางวินัย โดย ชอบด้วยกฎหมาย สำาหรับข้าราชการนั้น ๆ แต่ ไม่ตัดสิทธิอุทธรณ์ หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับความ ผิดอาญา ให้ดำาเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต่อไป.

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.