ทำาความรู้จัก

Daily News Thailand - - สาธารณสุข -

“เก็บสะสม ของ” หรือ “hoarding disorder” เป็นโรค ที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ในเกณฑ์วินิจฉัย โรคทางจิตเวช (DSM 5) เมื่อปี 2556 ผู้ป่วย จะมีพฤติกรรมเก็บสะสมทุกสิ่งทุกอย่างเอา ไว้ ไม่สามารถตัดใจทิ้งอะไรได้เลย มีความ กังวลหากต้องทิ้งมันไปโดยส่วนใหญ่เกิด จากความคิดว่า “ยังอาจจำาเป็นต้องใช้” “อาจ “โรคอ้วน” จะได้ใช้”

“คนที่เป็นโรคเก็บสะสมของนั้นจะ แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับคนที่บ้านรก เพราะซื้อ ของมาเยอะ ยังไม่มีเวลาเก็บให้เข้าที่เข้าทาง แต่เมื่อถึงเวลาก็พร้อมที่จะทำาความสะอาด ใน ขณะที่คนเป็นโรคจะทิ้งไม่ได้เลย นอกจากนี้คน เป็นโรคยังแตกต่างจากคนที่ชอบสะสมของไม่ ว่าจะเป็นสะสมเครื่องประดับ สะสมหนังสือ หรือตัวการ์ตูน แม้บ้านจะรกแต่ก็ยังมีความสุข ส่วนคนที่เป็นโรคมีแต่ความทุกข์ ความกังวล”

ทั้งนี้โรค ดังกล่าว มักเริ่ม มีอาการตั้งแต่วัย รุ่น เริ่มสะสมของและ เป็ น ต่ อ เนื่ อ ง ไป เรื่ อ ย ๆ ตลอดชีวิต และเริ่มเป็นปัญหาหนักเมื่อวัยและเริ่ ม เป็นปัญหาหนักเมื่ อ วัย ผู้ใหญ่ เพราะของที่สะสมจะเยอะมากขึ้น่ ้ เรื่อย ๆ ส่วนใหญ่พบว่าโรคจะเป็นลักษณะ เรื้อรัง ไม่หายขาด โดยอาการอาจจะเป็นเยอะ ขึ้นเป็นบางช่วง โดยเฉพาะช่วงที่มีความเครียด มักจะมีการสะสมของมากขึ้น สำาหรับอันตรายที่เกิดจากโรคนี้แบ่ง ออกเป็น 2 ส่วน คือ 1. อันตรายจากความเจ็บ ป่วยของเจ้าตัว คือ การไม่มีความสุขในชีวิต และ 2. อันตรายจากการที่เก็บของไว้เยอะจน เป็น แหล่งที่อยู่ของสัตว์ต่าง ๆ ทั้ง แมลงสาบ หนู หรืองู อาจจะกลายเป็น แหล่งเชื้อโรค อาจจะ ทำาให้เกิดอุบัติเหตุ หกล้ม หรือ ของหล่นทับ หรืออาจจะ กลายเป็นแหล่ง เชื้อเพลิง อย่างดี ตลอดจนกลาย เป็นขยะ และมลพิษ เป็นต้น สาเหตุของโรคนี้บอกได้ ยากเพราะแต่ละคนจะไม่ เหมือนกัน บางรายอาจจะ เกิดจากพันธุกรรม บางราย เป็นกลไกทางจิตชดเชย แต่ บางรายก็ไม่ใช่ บางรายเกิด จากความวิกลจริต แต่บางราย ก็เกิดจากภาวะอัลไซเมอร์ เป็นต้น ซึ่ง การรักษามีทั้งการใช้ยากลุ่มยาต้านเศร้า้ (antidepressant) แต่ก็ได้ผลไม่มาก ดี ที่สุดคือการสอนการตัดสินใจทิ้งหรือเก็บ ของการจัดกลุ่ม สอนวิธีการเก็บของที่มี ประสิทธิภาพ ฝึกให้อดทนได้กับการทิ้ง ของ ซึ่งวิธีการเหล่านี้สามารถช่วยลดของ ที่สะสมลงได้เกือบ ๆ 1 ใน 3

อย่างไรก็ตาม ในการรักษาแต่ละคน จะแตกต่างกันไป ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว ทางที่ดีคือเมื่อญาติพบว่าคนในบ้านมีความ ผิดปกติในการเก็บสะสมของก็ควรพามา พบจิตแพทย์ หากผู้ป่วยไม่ยอมมา ญาติก็ สามารถมาพบจิตแพทย์ก่อนก็ได้ บอกเล่า เรื่องราวต่าง ๆ เพื่อวางแผนในการดูแลผู้ ป่วยที่เหมาะสมต่อไป

การคลั่งเก็บสะสมของ นับเป็นโรค ใหม่ที่คุกคามความสุขในชีวิต แต่จะตัดสิน ด้วยความรู้สึกเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ทางที่ดี คือการพบจิตแพทย์เพื่อหาทางออกร่วมกัน.

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก สมาคม จิตแพทย์แห่งประเทศไทย

นพ.ภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์ อาจารย์ ภาควิชาจิตเวช คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และกรรมการสมาคมจิตแพทย์ แห่งประเทศไทย ระบุว่า โรค

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.