เด้ง 3 ตร.

Daily News Thailand - - ต่อข่าวหน้า 1 -

ม้ามแตก นอนซมรับประทานข้าวต้มที่ รพ. นพรัตน์ราชธานี เคราะห์ร้ายเจอโรคแทรกซ้อน ไข้ขึ้นสูง ส่งผลให้อาการป่วยทรุดหนักแพทย์ ต้องจับตาดูใกล้ชิด สั่งตั้งกรรมการสอบสวน วินัยซำ้า หากพบกระทำาความผิดจริง มีโทษวินัย ร้ายแรงถึงขั้นไล่ออก ส่งเรื่องให้ ป.ป.ท.ป.ป.ช. ฟันซำ้าอีก ส่วนอีก 2 รายเป็นพลเรือน กำาลังล่าตัวมาสอบสวนอย่างเร่งด่วนแล้ว

จากกรณีที่ นายสมชาย บ่างสมบูรณ์ อายุ 35 ปี พร้อมเพื่อนชายอีก 1 คน มอบหมาย ให้ญาติเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็น ธรรมกับ พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น. 3 ว่า ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ 5 คน อ้างตัวเป็นเจ้า หน้าที่ตำารวจฝ่ายสืบสวน บก.น.3 จับกุม พยายามยัดข้อหามียาเสพติด และข่มขู่เรียก เงิน 2 หมื่นบาท แลกกับการปล่อยตัวให้ได้รับ อิสรภาพ แต่ระหว่างนั้นกลับถูกทำาร้ายร่างกาย โดนเตะเข้าที่ชายโครงถึงกับม้ามแตกหมดสติ ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส จนต้องเข้ารักษาตัว ที่ รพ.นพรัตนราชธานี แขวงและเขตคันนายาว กรุงเทพฯ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 14.00 น. วัน ที่ 10 ก.ย. ที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมชายสามัญ 5/3 ชั้น 3 รพ.นพรัตนราชธานี พล.ต.ต.ชัยพร พร้อมคณะเดินทางเข้าเยี่ยมพร้อมทั้งสอบถาม อาการบาดเจ็บของนายสมชาย โดยมีนาย ประเสริฐ บ่างสมบูรณ์ บิดา และนางจำารัญ บ่าง สมบูรณ์ มารดา ให้การต้อนรับ โดยใช้เวลา ประมาณ 30 นาที

พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวว่า ในวันนี้เดิน ทางมาเยี่ยมอาการของคนไข้ เพื่อเป็นขวัญ กำาลังใจ เนื่องจากทราบว่าอาการยังไม่ดีขึ้น รวมทั้งได้สอบถามรายละเอียดเบื้องต้นถึงเรื่อง ราวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้เสียหาย และเพื่อนอีก 1 ราย ยังไม่ได้เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสอบ สน.มีนบุรี เพื่อเข้าให้ ปากคำาอย่างละเอียด

พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวต่อว่า จากการ สอบถามทางแพทย์ถึงเรื่องอาการบาดเจ็บของ คนไข้ พบว่า ม้ามมีร่องรอยฟกชำ้าข้างใน ส่งผล ให้มีอาการฉีกขาดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดย แพทย์ไม่ได้ดำาเนินการผ่าตัดรักษาอาการแต่ อย่างใด เนื่องจากม้ามไม่ได้แตก เพียงแต่ขณะ นี้ผู้ป่วยมีไข้ขึ้นสูง ในร่างกายมีสารเสพติดและ อยู่ระหว่างการฟื้นตัว แต่ในวันแรกพบว่ามี เลือดไหล และแพทย์ได้ดูดออกจนหยุดไหล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนขณะนี้คนไข้มีอาการ ป่วยแทรกซ้อนขึ้นมา จนทำาให้แพทย์ต้องเฝ้า ดูอาการอย่างใกล้ชิด

พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวอีกว่า ตนพร้อม ให้ความเป็นธรรมกับทางครอบครัวของผู้เสีย หาย โดยเสนอเรื่องถึงผู้บังคับบัญชาเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว และหากพบว่ามีข้าราชการ ตำารวจกระทำาผิดจริง จะดำาเนินการให้ถึงที่สุด เนื่องจากทำาให้ตำารวจส่วนใหญ่เกิดความเสีย หาย ส่วนการหาข้อเท็จจริง เรื่องนี้ไม่ยากอะไร เพียงแค่ย้อนกลับไปดูใบบันทึกจับกุมของผู้ เสียหายในคดียาเสพติดทั้ง 2 ราย และนำาราย ชื่อตำารวจชุดจับกุมคาดว่ามีประมาณ 5 นาย มาสอบปากคำาทุกนาย ซึ่งพยานสามารถไปชี้ตัว ตำารวจกลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน

พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวอีกว่า การปฏิบัติ หน้าที่ของข้าราชการที่กระทำาผิดกฎหมาย จะ ต้องนำาตัวมาสอบปากคำา โดยในเบื้องต้นหาก พบว่ามีระดับตำ่ากว่าซี 8 จะต้องส่งตัวไปให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หรือตั้งแต่ซี 8 ขึ้นไป จะ ส่งตัวไปที่สำานักงานคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อ ดำาเนินการภายใน 30 วัน นอกจากนี้ในส่วน เรื่องของวินัย ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการแล้ว เพื่อรีบดำาเนินการหาตัวผู้กระทำาความผิด และ หากพบว่าผิดวินัยร้ายแรง จะต้องไล่ออกทันที แต่ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการ รวบรวมพยานหลักฐาน

ในเบื้องต้นตนได้แนะนำาให้ผู้เสียหาย อีก 1 ราย เข้าให้ปากคำาเพิ่มเติมกับพนักงาน สอบสวน สน.มีนบุรี เนื่องจากนายสมชาย อยู่ ระหว่างการพักฟื้นอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล จึงยังไม่สามารถเดินทางเข้าพบได้ด้วยตนเอง พร้อมระบุด้วยว่าญาติและตัวผู้เสียหายไม่ต้อง กลัวว่าผู้ใดจะมาข่มขู่ เนื่องจากผู้บังคับบัญชา ตามสายงานจะต้องรับผิดชอบ หากพบว่ามี การกระทำาดังกล่าว คำาว่าเป็นผู้มีอิทธิพล เป็น ข้าราชการไม่ยาก แต่ผู้มีอิทธิพล เป็นโจรห้า ร้อยข้างนอกจะยากกว่านี้ นอกจากนี้ หากผู้ บังคับบัญชาตามสายงานนั้น ๆ ยังไม่ดำาเนิน การหรือปล่อยปละละเลยจะมีความผิดด้วย เช่นกัน

มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบ รายชื่อใบบันทึกจับกุมของผู้เสียหาย พบว่า 3 ใน 5 ราย เป็นตำารวจจริง ส่วนอีก 2 ราย อยู่ ระหว่างการพิสูจน์เป็นเจ้าหน้าที่ตำารวจด้วยหรือ ไม่ นอกจากนี้ ผบก.น.3 ได้นัดหมายเจ้าหน้าที่ ตำารวจทั้ง 3 นาย ให้เข้ามารายงานตัว เพื่อ สอบสวนวินัยและข้อเท็จจริงต่อไป

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.