ทางชีวิตที่ไม่ได้ลิขิต...แต่ก็รัก

Daily News Thailand - - วิถีชีวิต -

ขณะที่เส้นทางการทำางานนั้น เริ่มต้นรับ ราชการครั้งแรก วันที่ 12 ต.ค. 2524 พอถึง ปี 2546 ก็มีตำาแหน่งวิศวกร 8 ผู้อำานวยการ ส่วนที่ 1 สำานักทะเบียนโรงงาน ซึ่งงานส่วนนี้ ใน ปี 2548 ก็ได้กลับมาทำาหน้าที่อีกครั้ง จากนั้นไป ดำารงตำาแหน่งต่าง ๆ ตามลำาดับ ดังนี้คือ... อุตสาหกรรม จ.หนองคาย, วิศวกร 8 ผู้อำานวย การส่วนที่ 1 สำานักงานโรงงานอุตสาหกรรมราย สาขา 2, ผู้อำานวยการสำานักบริหารยุทธศาสตร์, ผู้อำานวยการสำานักโรงงานอุตสาหกรรมราย สาขา 2, ผู้อำานวยการสำานักโรงงานอุตสาหกรรม รายสาขา 1, ผู้อำานวยการสำานักโรงงาน อุตสาหกรรมรายสาขา 5 จนปี 2556 ได้เริ่ม ขึ้นสู่ตำาแหน่งผู้บริหารระดับสูงตามลำาดับ คือ ...รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, ผู้ตรวจ ราชการกระทรวงอุตสาหกรรม และรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

โดยเขาเล่าบางช่วงบางตอนให้ “ทีมวิถีชีวิต” ฟังว่า ตอนทำาหน้าที่ ผู้อำานวยการสำานักบริหารยุทธศาสตร์กรมโรงงานนั้น เนื่องจากไม่ได้จบ ด้านเศรษฐศาสตร์โดยตรง จึงไม่ค่อยถนัดเรื่องยุทธศาสตร์ งบประมาณ จนรู้สึกหนักใจ เพราะงานสำานักบริหารยุทธศาสตร์เปรียบเหมือนฝ่าย เสนาธิการของกรมโรงงาน จึงต้องทำางานหนักขึ้น ประกอบกับกระทรวง ในช่วงนั้นมีความเปลี่ยนแปลงมาก โดยมีรัฐมนตรีถูกเปลี่ยนตัวถึง 3 ครั้ง 3 คน แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านมาได้ด้วยดี ธ “ตอนนั้น แม้กระทรวงจะเปลี่ยนแปลงมาก แต่ผมก็แก้ปัญหา ใ ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี้ ไ ไ ้ ้ นอกจากนี้ยังผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างผู้อำานวย้ ใ ้ โ ้ ้ การระดับต้นเป็นระดับสูง และตั้งสำานักส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ขึ้น โดยมีภารกิจส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างโรงงานและชุมชน เพื่อให้อยู่ ร่วมกันได้โดยไม่เกิดปัญหา นอกจากนี้ยังจัดทำาแผนอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลด้วย โดยผลลัพธ์ที่ได้ สำาหรับผม ผมพอใจ”

ด้านความรู้สึกในภารกิจและการงานที่ผ่านมานั้น เขาบอกว่า รู้สึกโชค ดีที่ได้ทำางานหลากหลาย อย่างไรก็ดี งานส่วนใหญ่คือการ แก้ปัญหาเกี่ยวกับ เรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็น “เรื่องร้อน” จึงทำาให้ ต้องลงไปลุยพื้นที่บ่อยครั้ง และนอกจากเรื่องของสิ่งแวดล้อมแล้ว การ ธ

รองฯ ศักดา เล่า “ความฝัน” ให้ฟังว่า ด้วยความที่ครอบครัวเป็นทหาร กันหมด จึงอยากเป็นทหารบ้าง แต่สอบไม่ได้ จนเมื่อมีลูกชาย คือ ร.ต.ธีรภัทร์ ที่แม้ จะเรียนจบปริญญาตรีและปริญญาโท ด้านวิศวกรรมศาสตร์ สาขาเครื่องกล จาก ประเทศออสเตรเลีย แต่ก็ได้ทำางานอยู่ในแวดวงทหาร ซึ่งเหมือนลูกชายคนนี้ช่วยเติม เต็มความฝันที่ขาดหายไปให้กับคุณพ่อได้...

เขาบอกเล่าไว้อีกว่า ชีวิตถึงจุดนี้ได้ก็ภูมิใจแล้ว แม้หลายครั้งไม่ได้เป็นตามที่ หวังไว้ก็ตาม โดยตอนเรียนจบ ปวส. เข้าทำางานในบริษัทฝรั่งแห่งหนึ่ง ที่ จ.เชียงใหม่ ระหว่างนั้นมีผู้ใหญ่ทักว่าทำาไมไม่ยอมเรียนต่อ จึงบอกกับคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งท่านทั้งสอง ก็ตั้งใจจะส่งไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา แต่ระหว่างสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัย เกิด อุบัติเหตุทางการเมืองของไทยขึ้นเสียก่อน วีซ่าจึงออกช้า ทำาให้ไม่ได้ไปเรียนอย่างที่ ตั้งใจ ต้องชะลอไว้ก่อน จนวันหนึ่งได้เจอเพื่อนสมัยเรียน ซึ่งชวนให้ไปสมัครงานที่กรม โรงงาน จึงลองไปสอบเพื่อฆ่าเวลา ปรากฏว่าสอบได้ จึงได้เข้าทำางานที่กรมโรงงาน อุตสาหกรรม ได้เริ่มต้นชีวิตราชการนับแต่นั้น... ธ “ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจอยู่นาน คิดแค่ทำาเพื่อฆ่าเวลา ระหว่างรอไปเมือง นอก จนถึงขนาดมีความคิดว่า ถ้าเรียนจบแล้วจะทำางานอยู่ที่สหรัฐต่อเลย แต่ พอได้ทำางานนี้แล้ว ยิ่งทำาก็ยิ่งรัก จากวันที่ไม่ได้ตั้งใจ จนถึงวันนี้ก็ 35 ปีแล้ว”. ““ปรับปรุงข้อกฎหมาย” ก็เป็นอีกงานที่ต้องรับผิดชอบ โดยเขาเล่าว่า ช่วงที่ หนักที่สุด คือตอนเป็นผู้อำานวยการสำานักงานโรงงานอุตสาหกรรมรายสาขา 5 ที ที่ดูแลเรื่องของพลังงาน ซึ่งขณะนั้นอยู่ในช่วงพิจารณาขออนุญาตจัดตั้งโรงงาน ผ ผลิตไฟฟ้า เช่น โรงงานโซลาร์ฟาร์ม โครงการโซลาร์ รูฟ ท็อป ที่ยังมีข้อติดขัด ทางกฎหมายอยู่ จึงต้องระดมทีมมาช่วยกันหาทางออกให้เรื่องนี้ ซึ่งก็ทำาจนสำาเร็จ จนโครงการดังกล่าวเกิดขึ้น

งานส่วนนี้ในตอนนั้นน่าหนักใจมาก เพราะเกี่ยวกับกฎหมาย 2 เรื่อง คื คือ พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ซึ่งต้องเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงาน โดยขณะนั้นนโยบายของรัฐบาลคือ การสนับสนุนให้แต่ละบ้านติดตั้งพลังงานของตัวเอง และนำาพลังงานไฟฟ้าที่ เหลือใช้มาขายให้กับรัฐบาลได้ ซึ่งมีประชาชนสนใจอยากได้ ใบอนุญาต คือ ใบ รง.4 จากทางกรมโรงงานมาก ซึ่งดูแล้ว ก็เหมือนไม่มีอะไร แต่มีข้อกฎหมายที่ยังติดล็อกอยู่ ธ เพราะ แม้เป็นนโยบายรัฐบาล แต่ทางปฏิบัติกลับติดขัด พ.ร.บ. โ โรงงาน พ.ศ. 2535 ที่ห้ามตั้งโรงงานในบ้านเรือน ที่พัก อาศัย ซึ่งเพื่อให้ไปต่อได้ จึงต้องหาทางออกปลดล็อกเรื่อง นี้ ที่ต่อมานำาไปสู่การปรับปรุง เพื่อแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้ นโยบายนี้ขับเคลี่อนต่อไป...นี่ก็เป็นบางส่วนของเรื่องนี้

เขายังเล่าอีกว่า จังหวะที่กำาลังทำาเรื่องนี้ เป็นช่วง พอดีที่เกิดรัฐประหาร ต่อมาทางอธิบดีกรมโรงงานอุตสาห กรรมถูกย้าย ทำาให้เขาซึ่งเป็นรอง ปลัดต้องมารับผิดชอบงานแทน ทั้งหมด ชนิดจับพลัดจับผลูกลาย มาเป็น “กระบี่มือ 1” แบบไม่ทัน ตั้งตัว เพราะรองปลัดอีก 2 คนยัง ไม่ได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งช่วงนี้นี่เอง ที่เขาได้ฉายา “มือปราบโรงงาน เถื่อน” ควบฉายา “ผู้บริหารขาลุย”

ที่มาของฉายานี้ เจ้าตัวเล่า ว่า ตอนเป็นหัวหน้าชุดเฉพาะกิจที่ ต้องลงไปตรวจสอบโรงงานทำาผิดกฎหมาย ด้วยความที่เข้าถึงพื้นที่รวดเร็ว้ ี ่ ้ ึ ื ้ ี ่ ็ และ บังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด โดยมีการออกคำาสั่งปิดโรงงานที่ทำาผิดหลายครั้ง ทำาให้หลายคนมอบฉายานี้ให้ ธ “อย่างตอนเกิดเหตุชาวบ้าน 200 คน จะบุกเผาโรงงาน ย่านนคร ปฐม ตอนนั้นชาวบ้านอารมณ์รุนแรงมาก จนเจ้าหน้าที่จังหวัดรับมือไม่ไหว ต้องเรียกให้เราเข้าไปช่วย พอตรวจสอบพบว่า โรงงานมีเจตนาดี เพราะ ไปซื้อสารเคมีใช้ปรับสภาพนำ้าเสียตัวใหม่มาใช้ แต่เผอิญค่ามาตรฐานมัน เกินจนกระทบชาวบ้าน สุดท้ายเราก็ต้องสั่งปิดโรงงานไปก่อน จนกว่าจะ แก้ไขได้ เพราะชาวบ้านไม่ยอม ซึ่งถ้าเขาทำาได้ แก้ไขสำาเร็จ เราก็จะเปิดให้ ทันที ซึ่งจุดนี้ล่ะมั้งที่คนเขาเห็นว่าเราตัดสินใจรวดเร็ว กล้าได้กล้าเสีย เลย ตั้งฉายานี้ให้” รองฯ ศักดา กล่าว พร้อมยำ้าว่า แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้ทั้งไม้นวมไม้ แข็งคู่กัน

อย่างไรก็ดี งานแก้ปัญหาที่รับผิดชอบ ซึ่งมักจะเป็น “กรณีร้อน” อาทิ การลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย ที่เคยลุกลามจนเกือบถึง ขั้นฆ่ากันที่ จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ชลบุรี ก็ทำาให้เกิดแนวคิด เปลี่ยนจากฝ่ายรับ เป็นฝ่ายรุก บ้าง โดยตั้งกติกาให้ผู้ประกอบการติด GPS ที่รถขนกากของเสีย เพื่อให้รู้ว่ามีการลักลอบหรือไม่ และใช้เครือข่ายโดยให้ อบต. และชาวบ้าน ในพื้นที่ เป็นสายให้ เมื่อเกิดการทำาผิดเจ้าหน้าที่ก็เข้าไปจับกุมได้ทันที ซึ่งนี่ ก็เป็นอีกผลงาน “โบแดง” ที่เขาผลักดันให้เกิดขึ้น ธธ “เราใช้การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนในพื้นที่ จนคนรู้สึกไว้ วางใจ และยอมช่วยเรา ขณะเดียวกันก็ต้องทำาความเข้าใจ ให้ความรู้ กับโรงงาน ไปพร้อมกันด้วย” ...เป็นเคล็ดไม่ลับการแก้ปัญหากรณีร้อน หลาย ๆ เรื่องที่ผ่านมา ธ ทั้งนี้ รองฯ ศักดา เล่าเรื่อง “เบื้องหลัง” ให้ฟังเรื่องหนึ่งว่า สมัย เป็นรองอธิบดีกรมโรงงาน มีครั้งหนึ่งผู้บังคับบัญชาเรียกเข้าไปถามว่า เวลา มีเรื่อง ไม่เห็นส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เลย เขาจึงเรียนไปว่าได้ส่งเข้าไปพร้อมกับ หน่วยงานอื่น โดยผู้บังคับ บัญชาท่านนี้ยืนยันว่าไม่เห็น เจ้าหน้าที่ของกรม เห็นแต่ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน อื่น จึงกลับมาคิดว่าจะทำา อย่างไร จนนึกขึ้นได้ว่าเจ้า หน้าที่ของ DSI ใส่เสื้อมีตัว อักษรภาษาอังกฤษที่เป็น ชื่อของหน่วยงานื จึงตัดสิน ใ ใจควักกระเป๋าตัดเสื้อทีมให้ ลูกน้องทุกคนใส่้ ใ ่ มีตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวใหญ่ี ั ั ๆ ว่า เIWธ ซึ่งตอนหลังเปลี่ยนมาเป็น MOIธ ซึ่งเป็นตัว ย่อของกระทรวงอุตสาหกรรม ธ “ทีนี้พอคนของเราลงไป คนก็เห็นว่าชุดนี้คือ เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว” ...เขาเล่า พร้อมรอยยิ้ม

ทุกงานเลี้ยงต้องมีการเลิกรา กับเส้นทางชีวิต รับราชการก็เช่นกัน ซึ่งรองฯ ศักดาเองก็ใกล้จะ เกษียณอายุราชการตามระบบ ซึ่งกับเรื่องนี้ เขาบอก ว่า ภูมิใจในอาชีพข้าราชการ เพราะเป็นตระกูล ข้าราชการโดยตรง้ โ ไ ไม่ใช่พ่อค้านักธุรกิจ โดยตลอดชีวิตข้าราชการกว่า 35 ปีนั้น มี “หลักการทำางาน 3 หัวข้อ” คือ “ข้อแรก ต้องทำาตัวเป็นทนาย คือแก้ต่างให้คนที่ทำาผิดโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่จับแล้วไม่ช่วยเขา แต่จะให้ โอกาสให้ทำาให้ถูกต้อง ข้อสอง ต้องเป็นวิศวกร คือเวลาไปตรวจโรงงาน ก็จะแนะนำาความรู้ใหม่ ๆ ไปด้วย ต่อยอดให้เขา เพราะถ้าเขาทำาดี งาน ก็เบาลง และข้อสุดท้าย ต้องเป็นผู้รักษากฎหมาย คือเป็นทนายให้แล้ว เป็นวิศวกรให้แล้ว แต่ยังดื้อ ไม่ทำาให้ถูกต้อง ก็ต้องใช้กฎหมายจัดการ”

รองฯ ศักดา ยังบอกกับ ธ “ทีมวิถีชีวิต” ด้วยว่า ความภาคภูมิใจ ตลอดชีวิตการทำางาน คือการได้ทำางานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ และ อย่างเต็มความสามารถ ซึ่งเขาบอกว่า ถ้าจะให้ประเมินการทำางานของตัว เองแล้ว เขาให้คะแนนตัวเองเกิน 100% ชัดเจน และตรงประเด็น กับเขาคนนี้... มือปราบ-ขาลุย “ศักดา พันธ์กล้า”.

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.