ซูบารุ ฟอร์เรสเตอร์ 2.0ไอ ครอสโอเวอร์ราคาน่าคบ

Daily News Thailand - - วิถีชีวิต -

อร์เรสเตอร์ โมเดล 2016 รถแบบครอส โอเวอร์ 5 ประตูขนาดกลางรุ่นที่ 4 ของ ค่ายซูบารุ ที่เพิ่งปรับโฉมใหม่ โดยในปีนี้ทาง บริษัท ทีซี ซูบารุ ( ประเทศไทย) จำากัด ผู้ จัดจำาหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็น ทางการในประเทศไทยได้นำารถรุ่น ฟอร์เรสเตอร์โฉมใหม่เข้ามาจำาหน่าย 3 รุ่น คือ รุ่น 2.0เอ็กซ์ที ราคา 2.29 ล้านบาท, รุ่น 2.0ไอพี ราคา 1.398 ล้านบาท และ รุ่น 2.0ไอ ที่นำามาลองขับในอาทิตย์นี้ ราคา 1.198 ล้านบาท

ในส่วนของมิติตัวถังถ้า เทียบกับฟอร์เรสเตอร์รุ่นก่อน นอก จากตัวถังที่ยาวขึ้นอีก 15 มม. เพราะ เปลี่ยนกันชนหน้าใหม่แล้ว ความยาว ฐานล้อ ความกว้างตัวถังและความสูง ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเพราะใช้โครงสร้างเดิม สำาหรับการออกแบบหน้าตาโดยรวมแล้วดูดุขึ้นด้วย การออกแบบกระจังหน้าใหม่กับขยายช่องไฟตัด หมอกให้มีขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมทั้งใส่ไฟแอลอีดีที่เป็น ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งเพิ่มมาให้ (แต่รุ่น 2.0 ไอไม่มีไฟตัด หมอก) โคมไฟหน้ามีการจัดวางตำาแหน่งของชุดไฟ สูง/ตำ่า และชุดไฟเลี้ยวใหม่ ล้อแม็กลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว ใส่มากับยางคอนติเนนตัลขนาด 225/60R17 ส่วนโคมไฟหลังยังทรงเดิมแต่เปลี่ยนตำาแหน่งของชุด ไฟให้แตกต่างไป

การออกแบบรูปทรงของตัวรถมาในสไตล์ แบบ 5 ประตูที่มีความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถมากถึง 220 มม. พร้อมทั้งติดวัสดุกันกระแทกสีดำาไว้ตรง ส่วนที่อยู่ใต้แนวกันชนหน้าหลังและประตูข้างโดยรอบ เพื่อให้สามารถลุยบนเส้นทางออฟโรดไปได้อย่าง วางใจ บนหลังคามีรางยึดสัมภาระ ส่วนที่ขอบด้าน บนของฝาท้ายติดสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรกและ มิติ (ยาว/กว้าง/สูง) 4,610/1,795/1,735 มม. เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ นอน DOHC 16 วาล์ว ความจุกระบอกสูบ 1,995 ซีซี กำาลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 198 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที เกียร์ อัตโนมัติ ซีวีที 6 สปีด ราคา 1,198,000 บาท กล้องมองหลัง้ ั กระจกหลังมีไล่ฝ้ากับใบปัดนำ้าฝนั ไี ฝ้่ ั ใ ปั ำ ้ ฝ ตัวั ผู้โดยสารสามารถเข้าออกจากรถได้อย่างสะดวก้โ ส ส ้ ไ ้ ่ ส ฝาท้ายมีขนาดใหญ่เปิดขึ้นได้โดยง่ายด้วยโช้คอัพผ่อน สบาย เสาเก๋งต้นหน้ามีมุมที่ตั้งชันช่วยให้ผู้ขับมีมุม แรง ภายในห้องเก็บของมีความจุ 505 ลิตร และมี มองด้านหน้ากว้างขวาง ส่วนมุมมองผ่านกระจกมอง ม่านบังตาสำาหรับปิดไม่ให้คนนอกเห็นของภายใน ข้างขนาดใหญ่มีจุดอับน้อย สำาหรับเบาะคู่หน้าในรุ่น

การออกแบบห้องโดยสารเป็นอีกสิ่งที่น่า 2.0ไอ นั้น การปรับท่านั่งทั้งหมดเป็นแบบกลไก ส่วน ประทับใจตั้งแต่ตัวประตูรถที่เปิดได้มุมที่กว้างช่วยให้ การจัดวางตำาแหน่งของเบาะคู่หน้าอยู่ในระดับที่ค่อน เรื่องสมดุลการขับที่ยอดเยี่ยมในแบบรถเครื่อง กลางลำา ส่วนมาสด้า อาร์เอ็กซ์ 7 นั้นมีชื่อเสียง มาจากเรื่องการ “ดริฟท์” ในลีลาปราดเปรียว และ นิสสัน จีทีอาร์ นั้นมีชื่อเสียงมาจากระบบ ขับเคลื่อน 4 ล้ออันยอดเยี่ยมที่สอนมวยด้าน การเกาะถนนให้กับรถแรงจากยุโรปและอเมริกา โตโยต้า ข้างสูง คล้าย ๆ กับตำาแหน่งของเบาะนั่งด้านหน้าใน รถเอ็มพีวี โดยส่วนตัวแล้วชอบท่านั่งแบบนี้ เพราะให้ ความรู้สึกสบายเหมือนนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำางาน

ส่วนความกว้างของห้องโดยสารตอนหลัง โปร่งโล่งสบายดีโดยมีระยะห่างระหว่างเบาะหลังถึง เบาะหน้าที่กว้างจึงวางขาได้อย่างสบาย และแม้จะ เป็นรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ก็มีความสูงของ อุโมงค์เพลากลางที่ตำ่าคนนั่งตรงกลางจึงยังนั่งได้ สบายกว่ารถที่ขับล้อหลังอีกหลาย ๆ รุ่น พนักพิงของ เบาะหลังยังสามารถพับลงได้แบบ 40/60 เมื่อ ต้องการบรรทุกของที่มีขนาดใหญ่ ข้อติอีกอย่างหนึ่ง ที่พบอยู่ตรงเบาะหลังในรุ่น 2.0ไอ ไม่มีที่เท้าแขนกลาง และที่วางแก้วนำ้ามาให้

ฟอร์เรสเตอร์ 2.0ไอ ยังคงใช้เครื่องยนต์สูบ นอนขนาด 2.0 ลิตรบล็อกเดิม มีกำาลัง สูงสุด 150 แรงม้า ส่งกำาลังผ่านระบบ เกียร์อัตโนมัติแบบซีวีที ที่ซูบารุเรียกว่า “ลีเนียโทรนิค” ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตรที่ช่วยกระจายแรง บิดไปยังล้อทั้ง 4 ด้านอย่างเหมาะสม พร้อมระบบเอ็กซ์โหมดที่จะช่วยให้การ ขับรถบนเส้นทางออฟโรดยาก ๆ เป็น ไปได้อย่างง่ายดาย ในด้านสมรรถนะการขับขี่โดยรวม แม้ไม่ได้หวือหวาจัดจ้านแต่ก็มีอัตราเร่งแซง ช่วง 80-100 กม./ชม. ที่ตอบสนองได้อย่าง วางใจ ส่วนการทำางานของระบบช่วงล่างนั้นถูกเซตให้ ค่อนข้างนิ่มนวล ประกอบกับมีความสูงพื้นถึงใต้ท้อง รถมากถึง 220 มม. แม้จะช่วยให้รู้สึกสบายขณะนั่ง โดยสาร แต่เวลาเข้าโค้งแรง ๆ หรือเปลี่ยนช่องทาง เร็ว ๆ ก็ยังมีอาการโคลงเคลงอยู่พอสมควร และพวง มาลัยหนักไปหน่อยในช่วงความเร็วตำ่า โดยรวมจุดเด่นของ ซูบารุ ฟอร์เรสเตอร์ 2.0ไอ ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ กับระบบเอ็กซ์โหมดที่ทำางานได้อย่างยอดเยี่ยมทุก สภาพถนน และค่าตัวที่ถูกลง แม้จะต้องแลกกับการ ตัดอุปกรณ์อำานวยความสะดวกออกไปหลายอย่างก็ ยังดูคุ้มค่าน่าใช้ ส่วนจุดที่ต้องพัฒนากันต่อไปก็คือ จำานวนของศูนย์บริการที่ยังไม่มากเพียงพอเมื่อเทียบ กับคู่แข่ง. ในบ้านเราและต่างแดนหากต้องการแรงม้าสูง และอึดต้องหันมา “กินเจ” กันถ้วนหน้า

แม้ว่าจะหยุดจำาหน่ายไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 แต่เราก็ยังคงได้เห็นภาพของ “ซูปรา” โลดแล่นอยู่ในโลกความเร็วทั้งจากสนามแข่ง และจากโลกภาพยนตร์ อาทิ “เดอะ ฟาสต์

ซูปรา

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.