วรนุสที่รัก

Daily News Thailand - - ศิลปวัฒนธรรม -

ขอโทษนะวรนุสที่รัก ที่พวกเราทำาให้ พวกเธอเดือดร้อน ต้องไล่จับพวกเธอออกไป จากสวนลุมพินี

ผมก็เพิ่งรู้จากการดูข่าวและอ่านข่าว จากหนังสือพิมพ์เมื่อไม่กี่วันมานี้เองว่า

คนไทยกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นนักวิชาการเกี่ยว กับสัตว์ได้เปลี่ยนเรียกพวกเธอจากเดิมที่มีชื่อ สั้น ๆ ว่า เหี้ย เป็น วรนุส ไปเรียบร้อยแล้ว

ได้ยินชื่อวรนุสครั้งแรกผมก็งงว่าวรนุส คือใคร ตอนนี้หายงงแล้วเมื่อรู้ว่าที่แท้ก็คือ เหี้ย นั่นเอง

ที่จริงก่อนมาใช้ชื่อว่า วรนุส นักวิชาการ เรื่องเหี้ยได้เปลี่ยนชื่อของมันว่า ตัวเงินตัวทอง

ทว่ามาถึงวันนี้ได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้ง เป็นวรนุสดังกล่าวข้างต้น

นับเป็นชื่อที่เพราะมาก ผมได้ยินชื่อฟัง เผิน ๆ ครั้งแรก นึกว่าต้องเป็นชื่อของผู้หญิง ใคร สักคนและต้องเป็นหญิงที่ต้องสวยด้วย

จะอย่างไรก็ตามเพื่อให้เกียรติกับสัตว์ที่ มีชื่อว่าเหี้ย นับตั้งแต่บรรทัดนี้เป็นต้นไป ผมจะ เรียกเหี้ยว่า วรนุส ขอผู้อ่านและไม่ได้อ่านโปรด เข้าใจตามนี้ด้วย

ที่จริงวรนุสโด่งดังมานานแล้ว ทั้งนี้ก็ เพราะชอบเข้าไปอยู่อาศัยที่ทำาเนียบรัฐบาลเต็ม ไปหมด

ตอนนั้นจำาได้ว่าปลัดสำานักนายกฯ ถึงกับ ต้องสั่งการให้นักการภารโรงช่วยกันจับวรนุสออก ไปจากทำาเนียบให้หมด เพราะทำาเนียบเป็นที่ทำางาน ของคน ไม่ได้เป็นที่อยู่อาศัยของวรนุส

แต่จับพวกมันยังไง ๆ ก็ไม่ยอมหมด เพราะ ภายในทำาเนียบนอกจากมีคลองอยู่ด้านหลังให้พวก มันได้ออกมาหากินแล้วยังมีรูท่ออีกหลายสิบรู เพื่อ ให้มันได้หลบซ่อนตัวและเข้าไปออกลูกออกหลาน บางตัวปีนขึ้นไปอาศัยบนเพดานทำาเนียบก็มี

อีกทั้ง (คงมีบ้าง) มีคนไม่พอใจรัฐบาล บางสมัย จึงได้แอบเอาวรนุสมาปล่อย เพราะเชื่อ ว่าวรนุสเป็นสัตว์อัปมงคล

ที่ทำาเนียบมีการจับวรนุสครั้งใด ก็จะเป็น ข่าวเสมอ จึงทำาให้ประชาชนทั่วไปพากันรู้ว่าที่ใ ้ ่ ไ ้ ่ ทำาเนียบรัฐบาลไม่ได้มีแต่คนเท่านั้น เหี้ย โอ๊ย! ขอโทษ วรนุส ก็มีไม่น้อยเลย

ทว่า มาถึงวันนี้ วรนุสที่ทำาเนียบกลับเงียบ ฉี่ไม่เป็นข่าว เพราะไม่ถูกสั่งล่าเหมือนเคย อีกทั้ง อาจจะมีวรนุสมากจนทุกคนชินไปแล้วก็ได้

วรนุสที่สวนลุมพินีจึงกลับมาโด่งดังแทน เพราะมีมากเกิน จนกระทั่ง กทม. หน้าที่ล้อมจับพวกเธอไปปล่อยที่อื่น

ตามข่าวบอกว่ามีวรนุสที่อาศัยอยู่ในสวน ลุมพินี้ไม่ตำ่ากว่าสี่ร้อยตัว หรืออาจจะเป็นพันตัวก็ได้ หากผู้ใดไม่เชื่อให้ไปนับดูได้

เมื่อสวนลุมพินีซึ่งเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจมี วรนุสมากเกินไป และไม่ได้มากอย่างเดียว แต่ละ ตัวยังมีขนาดใหญ่ น้อง ๆ จระเข้ด้วย จึงทำาให้คน กลัว เพราะเวลาไปนั่งปล่อยอารมณ์อยู่ริมสระนำ้า ไม่แน่ใจว่าไอ้ที่ลอยคอนั้นเป็นวรนุสหรือเป็นจระเข้ กันแน่ ต้องระดมเจ้า

ขณะที่ผมกำาลังเขียนต้นฉบับอยู่นี้ เจ้า หน้าที่ของ กทม. ได้เข้าไปดำาเนินการจับกุมวรนุส ไ ได้แล้วกว่า สี่สิบตัว ซึ่ง มี มีแผนจะจับต่อไปอีก ให้ เห เหลือไว้สักร้อยตัวก็พอ ถ้ ถ้าจะจับให้หมดทุกตัว คงทำาไม่ได้แน่ เพราะ วรนุสเป็นสัตว์ที่หลบ ซ ซ่อนตัวเก่ง

อีกทั้งเจ้าหน้าที่ ของ กทม. ยอมรับความ จริงว่า จับวรนุสให้หมด เป็นไปไม่ได้ และอีกไม่ นานพวกเธอก็จะขยายพันธ์ุเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย็ ๆ เพราะแต่ละตัวมีเวลาว่าง สามารถผสมพันธ์ุกันได้ ทั้งวัน

จากนั้นก็ต้องรอไปจนกว่าจำานวนวรนุสมี มากเกิน ก็จะมาจับกันใหม่ ซึ่งคงรอไม่กี่ปี เพราะ วรนุสขยายพันธุ์เร็วมาก คือ ออกไข่ครั้งละ 40 ฟอง

ครั้งแรก กทม. จะนำาวรนุสไปปล่อย เข้าสู่ป่า และคลองธรรมชาติ แต่ก็ต้องเปลี่ยน ใจ เพราะชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงรังเกียจไม่ อยากให้ใครเอาวรนุสมาปล่อยใกล้ ๆ

ล่าสุดทราบมาว่า กทม.ต้องเอาวรนุสไป มอบให้หน่วยดูแลรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าที่ราชบุรีรับ ไปเลี้ยงแทน ก็เท่ากับต้องเอาวรนุสจากสวนลุมฯ ไปสร้างภาระให้รัฐบาล เพราะหน่วยงานที่รับ เลี้ยงต้องจัดหาอาหารให้วรนุสกินทุกวัน

อาหารที่ต้องซื้อให้วรนุสกินจะต้องใช้เงิน จากภาษี ถือเป็นรายจ่ายของประเทศที่ไม่จำาเป็น เพราะถ้าปล่อยวรนุสไปสู่ธรรมชาติ พวกเธอก็จะ หากินเองได้ ไม่ต้องรบกวนเงินพวกเรา

เมื่อผมได้เห็นขบวนการล้อมจับวรนุสที่ สวนลุมพินี และได้เห็นวรนุสแต่ละตัวมีขนาดใหญ่ ทำาให้ผมเกิดความคิดอยากจะเสนอรัฐบาลว่า

“ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรส่งเสริมให้ คนไทยทำาฟาร์มเลี้ยงวรนุส”

ถ้าทำาได้ก็จะสร้างประโยชน์ให้กับส่วน รวม เพราะวรนุสมีหนังเป็นลายสวยและแข็งแรง ทนทานไม่แพ้หนังจระเข้ เนื้อของเธอก็กินได้ โดย เฉพาะเนื้อที่หางจะแน่นหนึบ เคี้ยวอร่อย ผมคิด ว่าต้องเป็นเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยกิน

ในอดีต คนไทยไม่นิยมถือกระเป๋าหนัง และใส่รองเท้าหนังเหี้ย เพราะรังเกียจชื่อ แต่เมื่อ ได้เปลี่ยนชื่อให้สัตว์ชนิดนี้เรียบร้อยแล้ว ก็น่าจะ ทำาให้เครื่องใช้ที่ทำาด้วยหนังเหี้ยขายได้แน่

ถูกแล้วคงไม่มีผู้ใดรังเกียจในการมี เครื่องใช้ที่ทำาด้วยหนังเหี้ยอีกต่อไป เพราะเป็น หนังวรนุสไม่ใช่หนังเหี้ย.

ไมตรี ลิมปิชาติ

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.