‘กานเปยทัวร์’จีน-ไทย 12,000 กม.(3)

Daily News Thailand - - ศิลปวัฒนธรรม -

ยังคงอาศัยรถ ตระกูล “ฉีลุ่ย” ของจีน ตระเวนอยู่ในเมืองออร์ โดส เขตปกครองตน เองมองโกเลียใน ตอน เหนือสุดของจีน โดยเช้า วันที่ 23 ส.ค. ขบวน คาราวานได้เดินทางไป ยัง สุสานและพิพิธ ภัณฑ์เจงกีสข่าน แต่ ทุลักทุเลกันพอสมควรเพราะฝนเทกระหน่ำาตั้งแต่ เช้ามืดถึงช่วงสาย

พอบ่ายเมื่อไปทะเลทราย “เซี้ยงซาวัน” ท้องฟ้ากลับโปร่ง ทะเลทรายแห่งนี้มีพื้นที่ ประมาณ 24 ตร.กม. ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 7 ของจีน และอยู่ใกล้กรุงปักกิ่งกับกว่างโจวมากสุด โดย “เซี้ยง” นั้นหมายถึงเสียง “ซา” คือทราย และ “วัน” หมายถึงก้องกังวานคล้ายเสียงเพลง

ถ้าแปลโดยรวมน่าจะหมายถึง “เสียง เพลงที่ก้องดังจากเม็ดทราย” เมื่อถูกแรงลม พัดผ่าน ไม่ต่างเสียงสวรรค์ อันเป็นที่มาของชื่อ “เซี้ยงซาวัน”

ณ ที่นี้จัดว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นแนว หน้าของออร์โดส ด้วยเห็นผู้คนเข้าไปท่องเที่ยว กันมากมายและส่วนใหญ่เป็นคนจีน กับจะเที่ยว ได้เฉพาะช่วงเมษายนถึงกันยายน ส่วนตุลาคมถึง มีนาคมจะถูกปิด เนื่องจากหิมะตกปกคลุมหนา เตอะไม่สามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้

เท่าที่เห็นที่นี่เป็นทะเลทรายอันเกิดขึ้น เองโดยธรรมชาติ สวยงามมาก และยังมีการ บริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เช่น สิ่ง อำานวยความสะดวกตั้งแต่เคเบิลคาร์สำาหรับ ผู้สูงวัย รถบริการแบบตะลุยทะเลทรายไปยังจุด ต่าง ๆ รถไฟแล่นบนรางกลางทะเลทราย แคมป์พักแบบกระโจมมองโกล หรือที่พักหรูระดับ 5 ดาวมีสระว่ายน้ำาบนนั้น ด้วยสามารถขุดเจาะ เอาน้ำาใต้ทะเลทรายขึ้นมาใช้งานได้ อีกทั้งสวน สนุกสำาหรับเด็ก กับโรงละครสำาหรับผู้ใหญ่

การขายบริการที่นี่มุ่งเน้นให้ความสุขนัก ท่องเที่ยว มากกว่าทะเลทรายที่ฮัตตา เมืองดูไบ ซึ่งเป็นแบบกึ่งผจญภัยใช้รถแลนด์ครุยส์เซอร์ แล่นขึ้นไปบนเนินสันทราย แล้วหักดิ่งลงมาให้ ลูกทัวร์ได้ร้องเสียงหลง เพราะเสียวท้องน้อยไป ฮั้ว” ตรงนี้ได้พบกับการต้อนรับแบบท้องถิ่นที่ดู แปลกดี

เริ่มจากหญิงสาวแต่งชุดพื้นเมืองหลาก สี คอยนำาผ้าทอสีฟ้าใสมาคล้องคอให้ จากนั้นจะ นำาภาชนะบรรจุเหล้าขาววางไว้บนถาดให้แขกดื่ม เพื่อเป็นเกียรติในโอกาสที่มาเยือน สุดท้ายจะ ปล่อยให้ทุกคนลากกระเป๋าเข้าห้องพักแบบ กระโจมมองโกลที่เรียกกันว่า “หมงกูเปา” กันเอง โดยไม่มีพนักงานมาคอยจัดการให้

นี่คือข้อเปรียบเทียบต่อการให้บริการ ด้านท่องเที่ยว ที่บ้านเรายังเหนือกว่าจีนและอีก หลาย ๆ ชาติ ซึ่งควรเก็บรักษาไว้ให้เป็น เสน่ห์ เก๋ไก๋ไทยแลนด์!

อาคารห้องพักซึ่งหากดูจากภายนอกจะ เป็นแบบหมงกูเปา ที่หมงกูก็คือมองโกล และเปา นั้นคือกระโจม แต่เมื่อเข้าไปภายในจะเห็นได้ว่าถูก ออกแบบไม่ต่างจากโรงแรมทั่ว ๆ ไปนั่นเอง จนยำ่าค่ำาเจ้าภาพซึ่งเป็นผู้แทนกระทรวง วัฒนธรรมจีนประจำาออร์โดส ก็ยัง คงทำาหน้าที่เป็นเจ้าภาพเลี้ยง ต้อนรับ เพียงแต่ใช้แบบฉบับชน เผ่ามองโกลแท้ ๆ ด้วยการเชิญผู้ แทนฝ่ายจีนคนหนึ่ง กับผู้แทนไทย อีกคนก็คือผมนี่แหละ ขึ้นไปทำา หน้าที่เปิดงานบนเวทีโดยเขายื่น มีดมองโกลคมกริบให้คนละเล่ม สำาหรับใช้เป็นอุปกรณ์กรีดเปิดสัน หลังแพะย่างคนละตัว ก่อนจะแล่ เนื้อแจกให้ผู้มาเยือนได้บริโภคเป็นอาหารมื้อค่ำา

พอจัดการกับแพะย่างเสร็จสรรพ ต่อไป ก็จะเป็นธรรมเนียมอีกบทหนึ่ง คือ เขาจะนำาขวด หนังบรรจุเหล้าขาวมาเทใส่ชามอะลูมิเนียม เหมือนชามแกงเลียงบ้านเรา แล้วก็ส่งให้ผู้แทน จีนถาดหนึ่ง กับผู้แทนไทยอีกถาดหนึ่งได้ซดกัน แบบ “กานเปย” ท่ามกลางเสียงปรบมือรัวอย่าง กึกก้องทั่วห้องอาหาร

แถมถาดเดียวไม่พอต้องสองถาดตาม ความเชื่อเพื่อความเป็นสิริมงคล ผมหลับตา พลันนึกถึงภาพเจงกีสข่านขณะควบม้าออกศึก จนคึกพอจะกรอกเหล้าสองชามลงไปได้อย่าง คล่องคอ!!.

บริสุทธิ์ ประสพทรัพย์

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.