‘บุญล้อม’ เกษตรกรทฤษฎีใหม่ เดินตามรอย

Daily News Thailand - - Next Gen-ละคร -

ดิมบ้านเราทำานาดิม 100 ไร่ ที่ดิน ของตัวเองขอ 20 ไร่ ที่เหลือเช่า เขา แต่ทำาเท่าไหร่ก็ไม่พอจ่าย ค่า ค่าเช่าและหนี้สินเช่าแล เราเลยคืนที่เขา ทำา แค่ 20 ไร่ ยึดตามทฤษฎีของ ใน ในหลวงหลว ปลูกข้าว ปลูกพืชผักที่ให้ ผ ผลผลิตเร็วลผ เช่น ตะไคร้ ข่า มะเขือมะ พริก เลยมีของกินใน บ้านบ้า ลดเรื่องการใช้จ่ายที่ต้อง ไป ไปซื้อเขากินซื้อเขากิ พอเรามีกินในบ้าน ก็ไม่ ต้ ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นอง เสียค่าใ นี่เป็นแนวทาง ของพระบาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่วาง ไว้ ไว้ให้ปวงชนชาวไทยให้ ปวงชนช คือ “พอกิน พอใช้ พอ พออยู่”อยู่” นายบุญ นายบุญล้อม เต้าแก้ว เกษตรกร ชา ชาว ว ต.หนองโน อ อ.เมือง จ.สระบุรี เล่าถึงชีวิต ที่ผ่านมาทีี่ ผ่า นมา จากเกษตรกรที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวจากจากเกษต เกษตรเคมี สู่การมีชีวิตที่ลืมตาอ้าปากได้ด้วยสู่การมี เกษตรอินทรีย์ และทำาตามกำาลังที่มีแ ตาม ปรัชญาของพ่อหลวง จากชีวิตครอบครัวที่เกือบล่มสลาย จนตอน นี้นับว่าประสบความสำาเร็จในอาชีพ เพราะพื้นที่ของเขาได้กลาย เป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหนองโน เป็นแบบอย่างให้ กับชุมชนรอบข้างได้มาศึกษา

บุญล้อมก็คงเหมือน ๆ กับคนทั่วไปที่ต้องการมีฐานะความ เป็นอยู่ที่ดี จึงขวนขวายเช่าที่ดินมาทำานาเพิ่ม เพราะคิดว่าทำามาก เงินก็คงมากตามไปด้วย ปุ๋ยเคมี สารบำารุงดินต่าง ๆ จึงถูกซื้อมา ใส่นาเพื่อเพิ่มผลผลิต แต่เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเงินที่ได้มา ไม่เพียงพอกับหนี้ ธ.ก.ส.และหนี้นอกระบบ ที่กู้ มาลงทุน ยิ่งปีไหนฝนแล้ง หนี้ก็เพิ่มพูน จนเมื่อปี 2535 พ่อของ บุญล้อมได้ไปดูโครงการทฤษฎีใหม่แห่งแรกของประเทศไทย ที่ วัดมงคลชัยพัฒนา อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ที่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทำาไว้เป็นแปลงสาธิตให้เกษตรกรเข้าไปศึกษา ดูงาน โดยแบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วน คือ การขุดหนองนำ้า นาข้าว ปลูก ผัก เลี้ยงสัตว์ และทำาที่อยู่อาศัย จึงได้นำาทฤษฎีของพระองค์มา ใช้กับที่ดิน 20 ไร่ของครอบครัว

“เรากลับปรับเปลี่ยนพื้นที่ 20 ไร่ของเราตามที่ พระเจ้าอยู่หัววางไว้ แต่ยังคงไว้ 4 ส่วนตามทฤษฎีของพระองค์ ท่าน คือต้องมีนำ้าในการอุปโภค บริโภค และทำาการเกษตร ก็เลย ขุดหนองนำ้า และยังมีแปลงนาข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย เรา และท่านยังบอกอีกว่าให้ปลูกของกิน ของใช้ ก็คือ ป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เลยมาปลูกพืชผักสวนครัวคือสิ่งที่เรากิน ใช้ในชีวิตประจำาวัน และเลี้ยงปศุสัตว์ สร้างที่อยู่อาศัย ปลูกบ้าน หลังเล็ก ๆ พอพักพิงได้ และใช้พื้นที่ก่อเกิดประโยชน์มากที่สุด”

ช่วงแรกยังใช้ปุ๋ยเคมีบ้างเพราะยังไม่มีความรู้ แต่วันหนึ่ง มาประสบปัญหากับครอบครัวตัวเอง คือ ละอองสารเคมีจาก แปลงข้าง ๆ ปลิวมาถูกเห็ดฟางที่ปลูกไว้ ทำาให้ผลผลิตเสียหาย ทั้งหมด ทั้งที่กำาลังจะเก็บขาย รายได้กำาลังจะเข้าครอบครัว แต่ สารเคมีทำาให้ครอบครัวเกือบล่มสลาย ครอบครัวของบุญล้อม จึงตั้งปณิธานว่า ต่อจากนี้ จะไม่เอาสารเคมีเข้าบ้าน จากนั้นก็เริ่มศึกษาอย่าง จริงจัง โดยไปอบรมจาก ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติที่ มาบเอื้อง กับ อ.ยักษ์ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำาธร เรียนรู้เรื่องการทำานำ้าหมัก สมุนไพรขับไล่ แมลง และฮอร์โมนต่าง ๆ เพื่อจะเร่งการเจริญเติบโตของพืช งด ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงโดยสิ้นเชิง หมักนำ้าหมักเพื่อปรับปรุงบำารุง ดิน ใช้ที่ดินที่มีอยู่เป็นแปลงทดสอบและสาธิต และนำานำ้านมดิบที่ เหลือทิ้งจากโรงงานมาต่อยอดทำาปุ๋ยหมักเพื่อเร่งการเจริญเติบโต ของพืช ปรับเป็นสูตรต่าง ๆ เรียนรู้ลองผิดลองถูก จนปัจจุบัน สามารถนำาความรู้มาฝึกอบรมเรื่องการทำาปุ๋ยหมักจากนำ้านม ให้ เกษตรกรที่สนใจได้ ปัจจุบันที่ดินของเขาได้กลายเป็น “ศูนย์เรียน รู้เศรษฐกิจพอเพียงสวนล้อม ศรีรินทร์” มีประชาชนและหน่วย งานเข้ามาศึกษาดูงานทุกวัน

“ตอนนี้เราปลูกข้าวแค่ 4 ไร่ก็เพียงพอกับการกินอยู่ ของครอบครัว สีข้าวกินเอง แกลบ รำาข้าวเอาไว้เลี้ยงเป็ดไก่ และทำาปุ๋ยหมัก พืชผักนอกจากปลูกไว้ทานเองในครอบครัวก็ นำาไปขาย นำาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาแปลงเป็นบันได 9 ขั้น รายได้หลักมาจากการขายพืชผัก เหลือจากกิน เก็บ ก็มา ขายและแบ่งปัน และขายนำ้าหมักที่มาจากนำ้านมเหลือใช้” บุญล้อมกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

บุญล้อมบอกว่า เขาวางแนวทางการดำาเนินชีวิตตามคำา สอนของพ่อหลวงและยึดเป็นแบบอย่างเสมอมา พระองค์ท่าน ทำางานหนักโดยไม่หยุด เพราะอยากให้พสกนิกรของท่านอยู่อย่าง พอเพียงและสุขสบาย เราพยายามสานต่อพระปณิธานของท่าน แม้จะเป็นเพียงคนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง แต่มีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะ ทำางานตรงนี้ให้ก่อเกิดประโยชน์ได้มากที่สุด จะสานต่อจนกว่าจะ ถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนงานที่เป็น ประโยชน์ต่อเกษตรกร เผยแพร่องค์ความรู้ ช่วยแก้ปัญหาพื้นที่ และเปลี่ยนวิธีคิดของชาวบ้านให้กลับมาใช้ชีวิตอย่างพอเพียง มี ความเป็นอยู่ที่มั่นคงสมบูรณ์ สำาหรับเขาได้วางรากฐานครอบครัว ไว้มั่นคงแล้ว เขาจึงพร้อมที่จะออกไปช่วยเหลือทุกคน ที่มีความมุ่ง มั่นและตั้งใจเดินตามรอยในหลวง

“การทำางานตรงนี้ และต้องออกไปช่วยเหลือคนอื่น ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อย แต่เมื่อนึกถึงในหลวง ท่านเหนื่อย ยากกว่าเราหลายร้อยล้านเท่า ที่ต้องดูแลพสกนิกรทั้งประเทศ ความเหนื่อยของผมถือว่านิดเดียว ผมทำางานโดยยึดหลักคำา สอนในหลวงใส่ใจเสมอ ถ้าเหนื่อยและท้อให้นึกถึงท่านก็จะมี แรงผลักดันต่อไป”

บุญล้อม ยังเป็นเกษตรกรกำาลังสำาคัญอีกคน ที่เข้าร่วม ในโครงการสร้าง “ป่าสักโมเดล” ที่จะกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ ต้นแบบการจัดการนำ้าตามแนวทางศาสตร์พระราชา และ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่จะถ่ายทอดแนว พระราชดำาริและเผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชให้เกริกเกียรติ

และเดินตามรอยพระราชาสู่การมีชีวิตพอเพียงอย่าง

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.