Ň พ่อเฒ่าปั่นจักรยานเข้ากรุง

Daily News Thailand - - ต่อข่าวหน้า 1 -

จากนั้นมาที่โรงเรียนพิชัยรัตนาคาร อ.เมืองระนอง คณะครูและนักเรียนกว่า 1,900 คน ร้อยใจกันแปรอักษรเป็นเลขเก้า และอักษร ย่อ “พ.ร.” ของโรงเรียนเพื่อแสดงความอาลัย จากนั้นทั้งหมดร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระ บารมี ส่วนที่หน้าสา�นักงานเทศบาลเมืองระนอง นายเขือม ราชการ อายุ 77 ปี พ่อเฒ่าพิการ ดามขาเหล็กหัวใจแกร่ง ได้ปั่นจักรยานแสดง ความจงรักภักดี มุ่งหน้าท้องสนามหลวง เพื่อ สักการะพระบรมศพ ที่พระบรมมหาราชวัง

ที่จ.สงขลา นางสุดา นิยมเดชร ผอ.รพ. ส่งเสริมสุขภาพ ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ พร้อม ชาวบ้านทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม ร่วมกัน รณรงค์ก�าจัดลูกน้�ายุงลายใน 3 มาตรการ 3 เก็บ 3 โรค “เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้�าทั้ง 7 หมู่บ้านใน ต.ฉลุง เพื่อท �า ความดีเพื่อพ่อ ขณะเดียวกันชาวบ้านหลายสิบคนเดินทาง ขึ้นรถไฟสายสุไหงโก-ลก-กรุงเทพฯเพื่อไป สักการะพระบรมศพ และชาวบ้านหมู่ 2 ต.ดี หลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ร่วมกันทา�บุญเพื่อ ถวายเป็นพระราชกุศล จังหวัดพร้อมเจ้าหน้าที่ สสจ.ขอนแก่น ร่วมใจ กันแปรอักษรเป็นเลขเก้า จากนั้นร่วมกันร้อง เพลงสรรเสริญพระบารมี และยืนสงบนิ่งเป็น เวลา 89 วินาที โดยเจ้าหน้าที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์ จากความเศร้าโศกเสียใจเป็น “เปลี่ยนความ โทมนัสให้เป็นพลัง” เช่นเดียวกับคณะนักเรียน โรงเรียนนา้�พองศึกษา อ.นา้�พอง จา�นวน 2,627 คน ร้อยใจกันแปรอักษรรวม 9 ชุด เพื่อเป็นสื่อ แทนพระองค์ นอกจากนี้ที่หน้าศาลเจ้าพ่อละเลิง หวายเมืองพล นายศิริวัฒน์ พินิจพาณิชย์ นาย อา�เภอเมืองพล จ.ขอนแก่น ร่วมกับพ่อค้าและ หน่วยราชการ แจกเสื้อโปโลสีดา�2,400 ตัว เพื่อ ถวายความดีเพื่อพ่อ

ที่ จ.ศรีสะเกษ นักเรียน ประชาชนใน ต.สา�โรง อ.อุทุมพรพิสัย ร่วมกันจัดพิธีบา�เพ็ญ กุศล ถวายเพลพระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระ ราชกุศล และแปรอักษรเป็นเลขเก้า เพื่อแสดง ความอาลัยและแสดงความจงรักภักดี และที่ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร นายวิทยา จันทร์ ฉลอง ผวจ.สกลนคร เป็นประธานจัดงาน 109 ครั้ง และมีกิจกรรมนิทรรศการที่ในหลวง ร.9 เคยเสด็จฯยังพื้นที่ จ.สกลนคร 109 ครั้ง จากนั้น ร่วมกันแปรอักษรเป็นเลขเก้า เพื่อน้อมรา�ลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณ

เช่นเดียวกับเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวหมู ตุ๋น ถนนริมคลองสมถวิล ต.ตลาด อ.เมือง เปิด บริการให้กินก๋วยเตี๋ยวฟรี พร้อมทั้งแจกพระบรม ฉายาลักษณ์ และเสื้อยืดสีด �า ฟรีแก่ประชาชน เพื่อทาความดีให้พ่อหลวง� และที่โรงเรียน เสิงสาง อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา นักเรียน ปัจจุบันและศิษย์เก่ากว่า 1,000 คน ร่วมกันวาด ภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ภายใต้โครงการ “ร้อย ดวงใจสร้างสรรค์ศิลป์ เดินตามรอยเท้าพ่อ อัคร ศิลปินไทย” อา�เภอแกลง นายธีรวัฒน์ สิงหบุตร ผอ.โรงเรียน แกลงวิทยสถาวร พร้อมด้วยคณะครู นักเรียน ประชาชน และโรงเรียนวัดเพลงช้างเผือก กว่า 3,000 คน จัดพิธีแสดงความอาลัย และน้อม รา�ลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากนั้นได้ ร้อยใจกันแปรอักษรเป็นเลขเก้าในรูปหัวใจ โดย มีข้อความว่า “19 ธันวา 2512 อ.แกลง” หมาย ถึงเมื่อครั้งในหลวง ร.9 เคยเสด็จฯมาเมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2512 ที่ อ.แกลง

จากนั้นมาที่ จ.ชลบุรี ทหารเรืออู่ราชนาวี มหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ พร้อมกา�ลงัพล กว่า 400 นาย ร่วมใจกันแปรอักษรเลขเก้า บน ดาดฟ้าเรือหลวงนราธิวาส ที่อู่แห้ง อู่ราชนาวี มหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อ.สัตหีบ จาก นั้นทั้งหมดร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อแสดงความอาลัย และคณะครูนักเรียน โรงเรียนชลราษฎรอา�รุง อ.เมืองชลบุรี กว่า4,000 คน สวมเสื้อสีดาและสีขาวแปรอักษรเลขเก้า� ในรูปหัวใจ มีกรอบสี่เหลี่ยมล้อมรอบ ด้านล่าง เขียนชลราษฎรอา�รุง จากนั้นทั้งหมดยืนสงบนิ่ง เป็นเวลา 89 วินาที และร้องเพลงสรรเสริญพระ บารมีและความฝันอันสูงสุด ส่วนที่ จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่สหกรณ์โคนมวังนา้�เย็น จา�กัด หน่วย งานราชการ ทหาร ตา�รวจ คณะครูและนักเรียน กว่า 2,000 คน แปรอักษรคา�ว่า “พ่อ” และร่วม กันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อน้อมรา�ลึก ถึงพระมหากรุณาธิคุณ

ขณะที่อีกหลายจังหวัด จัดกิจกรรม ทา�ความดีเพื่อพ่อ ถวายเป็นพระราชกุศล เช่น จ.สมุทรสาคร วัดป้อมวิเชียรโชติการาม (พระ อารามหลวง) ต.มหาชัย อ.เมือง มีการอุปสมบท หมู่62 รูป ที่ จ.จันทบุรี ชาวบ้านคลองขวางพัฒนา ต.ปัถวี อ.มะขาม กว่า 100 คน นา�อาหาร ขนม และเครื่องดื่มมาเลี้ยงบริการฟรี และที่ห้างโลตัส สาขาบ่อวิน อ.ศรีราชา แจกเสื้อยืดสีดา� 500 ตัว กับประชาชนฟรีโดยมีชาวบ้านแห่เข้าคิวต่อแถว กันเป็นจา�นวนมาก ที่ จ.กาญจนบุรี ผู้ลี้ภัยที่ศูนย์ พักพิงผู้ลี้ภัยชั่วคราวบ้านต้นยาง หมู่5 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี กว่า 2,000 คน ร่วมกันจุดเทียนร้อง เพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อถวายแด่พ่อหลวง ร.9 และร่วมกันแปรอักษรเป็นเลขเก้า แบบเรียนเร็วเล่ม 1-2 จบ ได้น�าไปฝากเป็น ศิษย์พระอาจารย์หอม วัดสองพี่น้อง กระทั่งเริ่ม ศึกษาภาษาบาลี อักษรขอม พออายุได้ 15 ปี พระอาจารย์นา�ไปฝากเป็นศิษย์พระอาจารย์ป่วน วัดมหาธาตุ แต่จา�วดัได้เพียง 1 ปี ย้ายมาอยู่กับ พระอาจารย์สด ที่มีศักดิ์เป็นอาที่วัดพระเชตุพน โดยพระอาจารย์สดต่อมาได้เป็นพระมงคลเทพ มุนี เจ้าอาวาสวัดปากนา้� ภาษีเจริญ หรือหลวง พ่อวัดปากนา้� พอปี 2455 ได้ทรงลาสิกขาออก ไปช่วยครอบครัวระยะหนึ่ง

กระทั่งเมื่ออายุได้ 18 ปี กลับมา บรรพชาเป็นสามเณรอีกครั้ง และกลับมาอยู่ที่ วัดพระเชตุพน เพื่อทรงศึกษาเล่าเรียนต่อ จนอายุ 22 ปี อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่วัดสองพี่น้อง โดยมีพระครูวินยานุโยค(เหนี่ยง อินทโชโต) เจ้า คณะอา�เภอสองพี่น้อง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระ อาจารย์โหน่ง วัดสองพี่น้องเป็นพระกรรมวาจา จารย์(ภายหลังเป็นเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน หรือวัด คลองมะดัน) และพระศากยปุตติยวงศ์ (สมเด็จ พระวันรัต ดิสส) แห่งวัดพระเชตุพน เป็นพระ อนุศาสนาจารย์

ระหว่างนี้ได้ทรงศึกษาพระปริยัติธรรม และบาลี กับสมเด็จพระวันรัตและพระมหาปี จนสอบได้เปรียญ 3 ประโยคเมื่อปี 2458 สอบ ได้เปรียญธรรม 4 ประโยคเมื่อปี 2461 สอบได้ เปรียญธรรม 5 ประโยคปี 2464 และสอบได้ เปรียญ6 ประโยคปี2477 นอกจากนี้ยังทรงศึกษา วิชาพิเศษ คือวิชาภาษาอังกฤษและภาษาจีน จน สามารถอ่านออกเขียนได้ โดยเหล่าศิษยานุศิษย์ มักเรียกพระองค์ท่านว่า “สมเด็จป๋า” จากทรง เชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศ โดยเฉพาะภาษา จีน อีกทั้งยังทรงเป็นนักประพันธ์ เคยเขียน บทความเกี่ยวกับศาสนาพุทธ ลงหนังสือพิมพ์ เดลิเมล์ โดยใช้นามปากกาว่า “ป.ปุณณสิริ” ส่วน นามปากกาทางนิยายใช้ว่า สันติวัน, ศรีวัน เช่น เรื่องจดหมายสองพี่น้อง, ดงอารยะ, คุณนายชั้น เอก, ความจริงที่มองเห็น และกรรมสมกรรม เป็นต้น.

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.