ſ ชี้บทเฉพาะแก้ไขปัญหาได้

Daily News Thailand - - ต่อข่าวหน้า 1 -

นายคณิน กล่าวอีกว่า 3. สำาหรับผู้ดำารง ตำาแหน่งในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ เดิม ถ้ามีคุณสมบัติครบถ้วน ตามที่กำาหนดใน รัฐธรรมนูญใหม่ ควรให้โอกาสที่จะสมัครเข้ารับ การสรรหาใหม่ด้วย 4. ควรห้ามมิให้ กรธ. และ สนช. ดำารงตำาแหน่งใด ๆ ในองค์กรอิสระ และ ศาลรัฐธรรมนูญ เหตุเพราะเป็นผู้มีส่วนได้เสีย โดยตรง ทั้งนี้เพื่อป้องกันข้อครหาว่า ส่งคนของ ตัวเข้าไปคุมองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ส่วน คสช. คณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาขับ เคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (สปท.) นั้น ถึง แม้จะไม่มีส่วนได้เสียโดยตรง แต่เนื่องจาก รัฐธรรมนูญ ไม่ได้ห้ามมิให้ดำารงตำาแหน่ง ทางการเมืองไม่ว่าจะเป็น นายกรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. รวมทั้งข้าราชการการเมืองอื่น ซึ่งอยู่ใน ข่ายที่จะต้องถูกตรวจสอบโดยศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระ ดังนั้น จึงควรห้ามมิให้ดำารง ตำาแหน่งในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ด้วย องค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญจึงจะได้ ชื่อว่า เป็นกลางและเป็นอิสระจากฝ่าย การเมืองทุกขั้วอย่างแท้จริง

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว. การต่างประเทศ กล่าวว่า ถึงวันนี้ทุกฝ่ายต้อง ยอมรับกฎ กติกา ที่ถูกเซตซีโร่และเขียนขึ้นมา ใหม่ ทั้ง ๆ ที่อาจจะมีคนเห็นด้วยและไม่เห็น ด้วย แต่ในเมื่อรัฐธรรมนูญได้ผ่านการทำา ประชามติมาแล้วก็ต้องยอมรับ และต้องใช้กัน ไปก่อน เชื่อว่าในที่สุดเวลาก็จะเป็นเครื่อง พิสูจน์เองว่า ข้อกำาหนดในตัวบทกฎหมาย ต่าง ๆ นั้นถูกต้องหรือไม่ มีความยุติธรรมหรือ เป็นกฎกติกาที่ดีหรือไม่ คณะกรรมการในองค์กร อิสระแต่ละคณะจะได้คนดี มีคุณธรรม มีความ ซื่อสัตย์ สุจริต มีความรู้และความสามารถจริง หรือไม่ ทั้งนี้คาดหวังว่าคงจะไม่เขียนกฎเกณฑ์ คุณสมบัติขึ้นมาแล้ว กลับคัดเลือกและสรรหา ได้คนไม่ดี ไม่มีคุณธรรม เข้ามาทำาหน้าที่ มานั่ง กินเงินเดือนสูง ๆ และได้คนจำาพวกที่หวังที่จะ ได้เดินทางไปดูงานต่างประเทศ บินเครื่องบิน ชั้น 1 และพักโรงแรมระดับ 5 ดาว มีเบี้ยเลี้ยง และนั่งกินเบี้ยประชุม ซึ่งจะดูไม่ดี

นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า ขอภาวนาและ หวังที่จะได้เห็นคนดี คนรักชาติ คนซื่อสัตย์ สุจริต เข้ามาทำาหน้าที่ช่วยบ้านช่วยเมืองกัน อย่างแท้จริง มาช่วยกันขจัดเอาคนที่โกงบ้าน โกงเมือง ทุจริต มาลงโทษตามกฎหมาย โดย ไม่เห็นแก่หน้าพวกพ้องน้องพี่ ต้องยึด มาตรฐานเดียวกัน ใช้กฎหมายอย่างถูกต้องตรง ไปตรงมา ไม่เลือกปฏิบัติ ให้เกิดความเป็น ธรรมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในช่วงการเปลี่ยน ผ่านที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พรำ่าพรรณนาอยู่ทุก ลมหายใจเข้าออก ขอให้ทุก ๆ ฝ่ายใช้สติ คิด แต่ในทางสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม เพราะทุกวันนี้ ใครทำาอะไรไม่ดี สังคมโลกโซ เชียล ตามทันได้หมดและรู้ถึงกันได้รวดเร็วมาก

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะ กรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาเสนอ แนะและรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำาร่าง รัฐธรรมนูญ สนช. กล่าวถึงการเตรียมความ พร้อมพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่า กำาลังวางแนวทางพิจารณากฎหมายประกอบ รัฐธรรมนูญ เบื้องต้นจะให้มี กมธ. พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ 30 คน แต่ยังไม่ได้กำาหนดสัดส่วนว่า จะเป็น สนช. สปท. กรธ. และตัวแทนรัฐบาลกี่คน ส่วน เงื่อนไขการกำาหนดคุณสมบัติกรรมการองค์กร อิสระใหม่นั้น ต้องให้สอดคล้องกับเนื้อหาร่าง รัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ อีกทั้ง สนช. ยังตอบไม่ได้ว่า จะปรับแก้ร่าง พ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับองค์กรอิสระมากน้อย เพียงใด แต่ กมธ.เคยหยิบร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.มาหารือที่ให้ยกเลิกกกต.จังหวัด และมีผู้ ตรวจการเลือกตั้งมาทำาหน้าที่แทน เพราะสงสัย ว่า เคยมีประเทศใดใช้มาก่อนหรือไม่ ผลเป็น อย่างไร เพราะถ้าเป็นของใหม่แล้วนำามาทด ลองใช้ในประเทศไทย อาจเหมือนกับใช้สนาม เลือกตั้งเป็นเวทีทดลองระบบดังกล่าว ซึ่ง กมธ.กำาลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่

นพ.เจตน์กล่าวว่า ส่วนข้อห่วงใยเรื่อง เงื่อนไขร่างรัฐธรรมนูญและร่าง พ.ร.ป. ที่อาจ ทำาให้กรรมการองค์กรอิสระหลายองค์กรต้องพ้น จากตำาแหน่งนั้น เรื่องนี้มีบทเฉพาะกาลกำาหนด ว่า การพ้นไปของกรรมการองค์กรอิสระ ให้เป็น ไปตาม พ.ร.ป. แต่ละฉบับ เชื่อว่า กรธ.คงมีการ เขียนบทเฉพาะกาลในกฎหมายลูก เพื่อแก้ ปัญหาเรื่องดังกล่าว หากพ้นตำาแหน่งเพียง 1-2 คน ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าพ้นไปเกือบทั้งคณะ คงมีปัญหาแน่ เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ คณะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะใช้เวลาสรรหา กรรมการชุดใหม่นานแค่ไหน และระหว่างที่ยัง ไม่มีกรรมการชุดใหม่ จะทำางานได้หรือไม่ ถ้ามี งานที่ต้องพิจารณาตัดสินในช่วงนั้นจะทำา อย่างไร ซึ่ง กมธ. ก็เปรย ๆ ว่า เป็นห่วงเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามทราบว่า กรธ.จะตั้งคณะกรรมการ ขึ้นมาชุดหนึ่ง ขึ้นมาพิจารณาเรื่องคุณสมบัติ องค์กรอิสระโดยเฉพาะ คงต้องรอดูรายละเอียด ของคณะกรรมการชุดดังกล่าวก่อน

เมื่อเวลา 19.30 น. นายเรืองไกร ลีกิจ วัฒนะ คณะทำางานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เวลา 07.14 น. บิดาพบรอยกระสุนปืนที่กระจกในบ้านตน ชั้น 2 โดยวันนี้ได้ลงบันทึกประจำาวันการเกิดเหตุ ไว้แล้ว และมีเจ้าหน้าที่ตำารวจได้มาตรวจสอบ ซึ่งพรุ่งนี้วันที่ 21 พ.ย. จะมีเจ้าหน้าที่จากฝ่าย ผู้ชำานาญวิถีปืนมาพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง อย่างไรก็ตามไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุต้องการอะไร และไม่ทราบว่าจะเกี่ยวกับเรื่องการเมืองหรือ ไม่ ต้องรอการพิสูจน์อีกครั้ง แต่จากการตรวจ สอบกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ไม่พบคนแปลก หน้ารอบบริเวณบ้าน จึงคิดว่าน่าจะเป็นการยิง กระสุนมาจากระยะไกล

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 15.30 น. นายเรือง ไกรเดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.กฤษดา จิ ระวานิชกุล รองสว. (สอบสวน) สน.บางซื่อ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเจ้าหน้าที่ ตำารวจฝ่ายสืบสวนและฝ่ายปราบปราม สน. บางซื่อ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่ง เป็นบ้านเดี่ยวสุดหรูสไตล์โมเดิร์น สูง 3 ชั้น เลขที่ 77 ซอยอินทามระ1 ถนนสุทธิสาร แขวง สามเสนใน เขตพญาไท กทม. จากการตรวจ สอบ บริเวณกระจกบานเลื่อนห้องรับประทาน อาหาร ชั้นที่ 2 ของตัวบ้าน พบรูขนาดประมาณ 4 มิลลิเมตร คล้ายกระสุนปืนที่กระจก

จากการสอบสวนนายเรืองไกรเปิดเผย ว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณ รอบบ้านตั้งแต่ช่วงเวลา 21.00 น. ของเมื่อวาน นี้ จนถึงช่วง 07.14 น. ก็ไม่พบสิ่งปกติแต่อย่าง ใด ทั้งนี้ในส่วนปมขัดแย้งต่าง ๆ ยืนยันว่าไม่ เคยมีการขัดแย้งส่วนตัวกับใคร แต่อาจจะมี เพียงเรื่องเกี่ยวกับคดีความต่าง ๆ ที่เข้าไปข้อง เกี่ยวหรือตรวจสอบเท่านั้น เป็นปมเหตุก็ได้

ด้านร.ต.ท.กฤษดา เปิดเผยว่า ในวันที่ 21 พ.ย. นี้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจ สอบอย่างละเอียดอีกครั้งโดยขณะนี้ยังไม่สรุปว่า เป็นรอยกระสุนปืนหรือรอยอะไรกันแน่.

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.