เภสัชสาวดับ

Daily News Thailand - - ต่อข่าวหน้า 1 -

ยื้อชีวิต ผอ.รพ.พล แจงปกติเจ้าตัวแข็งแรง ดี แถมยังเป็นนักวอลเลย์ ไม่คิดจะมาด่วนจาก ก่อนหมดลมยันยืนยันกินอาหารเสริมหวังลด หุ่นจริง แต่ยังไม่สรุปสาเหตุการตาย เก็บตัว อย่างส่งตรวจละเอียด พร้อมสั่งลูกน้องกว่า 30 คนที่เคยกินตรวจคลื่นหัวใจ คาด 1 สัปดาห์ รู้ผล ขณะที่แม่บังเกิดเกล้าร่�าไห้บอกอยาก ฟ้องร้องเอาผิดเจ้าของผลิตภัณฑ์ ในส่วน ของ เลขาฯ อย. ระบุอาหารเสริมต้นเหตุมีสาร อันตรายถึงตาย ซ า้�ถูกถอนทะเบียนแล้ว แนะ คนอยากลดควรปรึกษาหมอ

กรณีเฟซบุ๊กของโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตา�บลดงมูลเหล็ก จ.เพชรบูรณ์ เผยแพร่ ข้อมูลเรื่องเจ้าพนักงานเภสัชกรรมโรงพยาบาล แห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่นเกิดอาการชัก น้า�ลายฟูมปาก เป็นลมหมดสติ คลา�ชีพจรไม่ เจอ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยแพทย์ วินิจฉัยแล้วยังไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิต ที่แท้จริง แต่มีการเชื่อมโยงข้อมูลว่าสาเหตุน่า จะเกิดจากการรับประทานอาหารเสริมลดน้า� หนักยี่ห้อหนึ่งที่มีการผสมสารไซบูทรามีน นอกจากนี้ยังมีการระบุว่าผู้จ�าหน่ายผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้วย ท�าให้ เกิดกระแสหวาดกลัวอย่างรวดเร็ว

เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อวันที่ 25 พ.ย. นพ.สมพงษ์ จรุงจิตตานุสนธ์ิ นายแพทย์ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ขอนแก่น กล่าว ว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการเสียชีวิตจริง ตามที่ปรากฏข้อมูลออกมา โดยผลการชันสูตร ทราบว่าเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวาย แต่ยังไม่ สามารถระบุได้ว่าเกิดจากผลิตภัณฑ์ลดความ อ้วนยี่ห้อหนึ่งหรือไม่ เป็นเพียงการสันนิษฐาน กันเองเท่านั้น เนื่องจากมีผู้ใกล้ชิดให้ข้อมูลว่า พบแผงบรรจุผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอยู่ในบ้านของ ผู้เสียชีวิต ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบสาเหตุของ การเสียชีวิตที่แท้จริงเสียก่อน

ด้าน ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รอง เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อแมงลักนั้น ทาง อย. เคยออกข่าวเตือนไปแล้วว่าเป็นยา อันตราย จึงถูกสั่งระงับใช้เลขทะเบียน อย. แต่ เจ้าของผลิตภัณฑ์อาจแอบใช้เลข อย.ปลอม จึง ขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา หากเจอ ผลิตภัณฑ์ต้องสงสัยสามารถน�าเลขทะเบียน อย. มาตรวจสอบได้ทางเว็บไซต์ของ อย. หรือ สามารถโหลดแอพพลิเคชั่นของ อย. ไว้ใช้ตรวจ สอบได้ตลอดเวลา สา�หรับสารไซบูทรามีนเป็น ยาอันตรายที่ถอนทะเบียนไปตั้งแต่ปี 2554 เพราะมีฤทธ์ิทา�ให้อยากอาหารน้อยลง จึงทา�ให้ ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอ ส่งผลให้มี ความเสี่ยงก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต โดยเฉพาะ ต่อผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจและหลอดเลือด สา�หรับ อาการของผู้ที่ได้รับยาตัวนี้คือจะทาให้ใจ� สั่น ปากแห้ง คอแห้ง ยาลดความอ้วนที่ใช้สาร นี้ถือว่าผิดกฎหมาย

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นพ.วีระชัย วรรณสารเมธา ผอ.โรงพยาบาลพล จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นผู้ใต้ บังคับบัญชาชื่อ น.ส.ธัญญาภรณ์ ภูมิแสนโคตร อายุ24 ปี ลูกจ้างชั่วคราวตา�แหน่งพนักงานเภสัช ประจา�โรงพยาบาล โดยวันเกิดเหตุอยู่ในช่วงสาย วันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา ระหว่างที่ผู้เสียชีวิตกา�ลงั ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องจ่ายยา และเกิดอาการ เวียนศีรษะ หน้ามืดล้มหมดสติ และหยุดหายใจ เจ้าหน้าที่ที่พบเห็นจึงรีบช่วยปั๊มหัวใจเพื่อฟื้น คืนชีพแต่ระหว่างนั้นสังเกตเห็นว่ามือเท้าเริ่ม เขียวจากการขาดเลือด จึงรีบนา�เข้าห้องฉุกเฉิน อย่างเร่งด่วน โดยช่วงที่ปั๊มหัวใจเภสัชกรรายนี้ยัง รู้สึกตัวอยู่บ้าง จึงสอบถามว่าทานยาลดความ อ้วนหรือเปล่า ซึ่งผู้ตายตอบกลับมาว่าทานอยู่ ยืนยันว่าแพทย์พยายามยื้อชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ผู้ ตายมีอาการรุนแรงจนถึงเวลาประมาณ11.00 น. จึงเสียชีวิตดังกล่าว

ผอ.โรงพยาบาลพล กล่าวต่อว่า ผู้เสีย ชีวิตปกติเป็นคนสุขภาพดีแข็งแรงดี ทั้งยังเป็น นักกีฬาวอลเลย์บอลของโรงพยาบาลด้วย จึง ยังไม่สรุปว่าผู้ตายเสียชีวิตจากการทานอาหาร เสริมตัวดังกล่าว อย่างไรก็ตามได้มีการน�าเจ้า หน้าที่ของโรงพยาบาลกว่า 30 คนที่เคยทาน อาหารเสริมชื่อแมงลักพาวเวอร์สลิม ซึ่งเป็น ชนิดเดียวกับที่ผู้เสียชีวิตทานไปตรวจคลื่น หัวใจ พร้อมส่งตัวอย่างอาหารเสริมสมุนไพร แมงลักไปตรวจที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อพิสูจน์ว่ามีสารไซบูทรามีนหรือไม่ คาดว่า จะทราบผลภายใน 1 สัปดาห์

เย็นวันเดียวกันผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ วัดมิ่งเมืองพลาราม ต.เมืองพล อ.พล จ.ขอน แก่น ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพสวดอภิธรรม เภสัชกรสาว ปรากฏพบนางกินนอน ภูมิแสน โคตร อายุ 58 ปี มารดาของ น.ส.ธัญญาภรณ์ กล่าวทั้งน้�าตาว่า ใจจริงอยากเรียกร้องหาผู้รับ ผิดชอบและแจ้งความเอาผิดผู้ผลิตยา แต่ ครอบครัวมีฐานะไม่ดี จึงไม่มีเงินจ้างทนาย ตอนนี้รู้สึกเสียใจมาก ครอบครัวขาดเสาหลัก ทั้งที่ปีหน้าลูกจะได้บรรจุแล้วไม่นึกว่าจะเกิด เหตุดังกล่าว ดังนั้นจึงอยากขอวิงวอนให้หน่วย งานที่รับผิดชอบให้การช่วยเหลือต่อไป.

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.