ขี้เหร่เพียงไหนๆ ฉันก็จะรัก

Post Today - - หน้าแรก - Aทวี สุรฤทธิกุล

ทําไมคนไมรัก คสช. รักแต สส.ขี้เหรๆ

ปญหาของ คสช.ตอนนี้ก็คือ เลือกต้ังไป แลวอาจจะไมไดเสียงขางมาก สงผลตอการ สืบทอดอํานาจที่วางแผนไวอยางยอกยอนมา ตลอดสี่ปน้ี ถึงขั้น “จนตรอก” ตองคิด “ดึงและ ดููด” อดีต สส. “ชั่วๆ เลวๆ” ที่เคยคิดจะกําจดั เขามาตงั้ แตว นั ยดึ อาํ นาจนนั้ เอาเขา มาเปน สมคั ร พรรคพวก (รวมถึงกีดกันและขจัดออกสําหรับ นักการเมืองที่ไมยอมเขามาเปนพวก) เพื่อใหมี ความมั่นใจวาจะไดจํานวน สส.มากๆ รวมถึง ความพยายามที่จะหา “จุดขาย” ของ คสช.ให โดนใจประชาชน เชน นโยบายประชารัฐ และ การจัด ครม.สัญจร

ในฐานะที่ผูเขียนไดรวมอยูในบรรยากาศ ของการยึดอํานาจดวยคนหนึ่งเมื่อสี่ปที่ผานมา เพราะไดไปรวมเคลื่อนไหวในบางกิจกรรมของ กปปส. แมจะไมรูมากอนวาทหารจะยึดอํานาจ ในวันที่ 22 พ.ค. 2557 แตก็รูระแคะระคายวา ทหารคงจะตอ งเขา จดั การกบั ความวนุุ วายทางการ เมืองในชวงนั้นโดยเร็ว ซึ่งทางกลุุม กปปส. ก็เหมือนวาจะยินดีที่ทราบขาวนั้น และหวังวา ทหารจะสามารถจัดการกับนักการเมืองช่ัวๆ ที่ ประชาชนนับลานๆ เรียกรองใหกําจัดออกไป ตลอดเวลาที่ชุมนุมประทวงมากวาครึ่งปน้นั ได

วันที่ยึดอํานาจก็ดูขึงขังดีมากที่มีการจับ นกั การเมอื งทกุ กลมุ ไปปรบั ทศั นคติ แมจ ะปลอ ย ออกมาในภายหลังเหมือนเลนลิเก แตผูคนก็ คาดวาทหารนาจะมี “ไมเด็ด” อะไรตามมาอีก กระมัง จึงรอคอยและใหโอกาส จนกระทั่งเมื่อ “เห็นลาย” วาจะมีการสืบทอดอํานาจ ต้ังแต ที่มีการลมรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักด์ิ (ที่แมแต ประธานยกรางยังบอกวา “เขาอยากอยูยาว”) คนที่เคยรัก คสช.จํานวนมากก็ชักเอะใจ บางก็ รููสึกเบื่อหนายวานี่คงเขาอีหรอบเดิมอีกแลว บา งกร็ สู กึ เกลยี ดชงั ทมี่ กี ารใชเ ลห เ หลยี่ มอยา งนี้ จนบางพวกท่เี กลียดชังอยูแลวก็กลายเปนคนที่ คั่งแคน อยางที่เราไดเห็นกระบวนการของการ ตอตาน คสช.ที่อาจจะลุุกลามไปเรื่อยๆ

วากันวาเรื่องการดููดนักการเมืองทุุกขั้วให หนั มาสนบั สนนุ คสช.นี้ เปน แนวคดิ ของผสู นบั สนนุ คสช. (ท่อี าจจะเปนคนใน คสช.เองดวย) ท่จี ะ สลายความเกลียดชังของประชาชนบางกลุม ที่มีตอ คสช. เชน การดูดเอานักการเมืองในข้วั ทเี่ คยสนบั สนนุุ พรรคเพอื่ ไทย รวมถงึ อดตี สส.ของ พรรคเพอื่ ไทยนนั้ ดว ย กเ็ พอื่ “ซอื้ ใจ” ประชาชน ที่ยังรักระบอบทักษิณใหหันเขามาเปนพวก ใน ขณะเดียวกันก็สื่อสารกับคนที่รัก คสช.วา นี่คอื การสรา งความสมานฉนั ทป รองดองตามแนวทาง ที่ คสช.ประกาศมาแตเร่มิ นั่นเอง เพราะ คสช. ก็พยายามทุกวิถีทางแลวที่จะกําจัดคนเหลาน้ัน แตส ดุุ ทา ยกท็ าํ อะไรไมไ ดม าก และหากจะพจิ ารณา ใหลึกลงไป คนเหลานี้ก็เปนคนไทย เปนญาติ พน่ี อ งของเรา เราควรจะหนั มารกั กนั มาคนื ดตี อ กันไมดีกวาหรือ แลวประเทศไทยก็จะสุุขสงบ

ผูสันทัดกรณีบอกวาแนวคิดนี้ดู “สิ้นคิด” และ “ไมเขาทา”

ประการแรก แนวคิดนี้คอนขางจะมีพิรุธ เพราะออกมาในบรรยากาศที่กําลังจะมีการ เลอื กตง้ั ในขณะทกี่ ลมุ การเมอื งทจี่ ะมาสนบั สนนุ คสช.ก็ยังไมมีความไมชัดเจน จึงมีหลายคน เชื่อวาการเกิดขึ้นของขาวสารอยางนี้เปนความ จงใจที่จะดูกระแสสังคมวาจะใหการตอนรับกับ แนวคิดนี้หรือไม อยางที่เรียกวา “โยนกอนหิน ถามทาง” (หรอื “โยนกระดกู ลอ เหยอื่ ” กท็ าํ นอง เดียวกัน) แตเม่ือพบกระแสตานก็ตองแกตัว ดังกลาว

ประการตอ มา แนวคดิ นอ้ี าจจะมาจากความ เชื่อท่วี า “การเมืองไมมีมิตรแทและศัตรูถาวร” คนที่คิดจึงนํามาใช ในการรวบรวมนักการเมือง กลุมตางๆ เขาดวยกัน โดยคิดวาเด๋ียวก็ดีกัน เพราะนักการเมืองทุกคนขอแตเพียงใหไดผล ประโยชนที่ตนตองการ เชน ไดเขารวมรัฐบาล หรือไดรับการชวยเหลือในคดีความตางๆ อยาง ทเี่ ปน มาแลว ในทกุ ยคุ แตค นทคี่ ดิ อยา งนี้ไดม อง “ขามหัว” ประชาชน ท่เี ขาไมเห็นดีดวยที่ทหาร ซงึ่ เขาคาดหวงั วาจะมาทาํ การเมอื งใหด กี วาเดมิ แตกลับมารักษาไวซึ่งการเมืองชั่วๆ จนถึงขั้นที่ ผูคนจํานวนหนึ่งมองวา ทหารก็ไมไดมีอะไรดี อยางที่หวัง และก็ยังคงเปนทหารที่ “เสพติด อํานาจ” อยางทเี่ คยเปนมาเชนกนั

อีกประการหนึ่ง การที่มีผูคิดจะดึง นักการเมืองนํ้าเนาแบบเกาๆ เขามาเปนพวก ก็ อาจจะดวยความคิดที่วาถึงยังไงประชาชนก็ยัง คงรักนักการเมืองพวกนี้อยู เมื่อทําใหเปลี่ยนใจ มารัก คสช.ไมได ก็คิดงายๆ วาไปดูดเอาเขามา เปนพวกเสีย แลวประชาชนที่รักนักการเมือง เหลานี้ก็จะตาม สส.เหลานั้นมา แมจะไมไ ดหัน มารัก คสช.ในทันที แตเมื่อมาอยูรวมกันแลว ความรักนั้นก็จะเผื่อแผมายัง คสช.ดวย ซึ่งก็นา จะเปน ความผดิ ที่ “ผดิ ธรรมชาต”ิ อยา งทโี่ บราณ วา “เอาลูกเขามาเล้ยี ง เอาเมี่ยงเขามาอม” ก็ อาจจะเกิดอันตรายไดอยูดี

ในวิชารัฐศาสตรกลาววา สังคมไทยยังมี วัฒนธรรมทางการเมืองแบบ “ไพรฟา” คือหวัง พึ่งพิงแตผูมีอํานาจ แมแตในสมัยที่การเลือกตั้ง ก็ยังหวังวา สส.และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นนั้ จะมาคมุ ครองดแู ลใหป ระชาชนอยเู ยน็ เปน สขุ และเมื่อเขาไดรับความสุขอยางที่เขาตองการ แลวเขาก็จะ “ยึดติด” และหวังพึ่งนักการเมือง ประเภทนน้ั อยดู แมว า นกั การเมอื งนน้ั จะมคี วาม ชั่วความเลวอยูบาง (หรือมีมากเปนสวนใหญ) แตผ เู ลอื กตงั้ เขากร็ กั และเชอื่ ใจไดไมเ สอ่ื มคลาย อยางเพลงลูกทุงุ ของศรคีรี ศรีประจวบ “ขี้เหรก็ รกั ” ที่เอามาตั้งเปนหัวเรื่องของบทความในวันนี้

ทหารกเ็ ลยตอ ง “รกั คนขเ้ี หร” ตามไปดว ย ▪

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.