ชำ�แหละกม.ลูกกับ 2 ขวก�รเมือง

Daily News Thailand - - การเมือง -

กฎกติกา “ฉบับเรือแป๊ะ” เริ่มปรากฏเค้าลางให้เห็นชัด โดย เฉพาะกฎหมา­ยลูก ที่ดูรุนแรงและเฉียบขาด ท า�เอาพรรคการ­เมืองผวา ไปตาม ๆ กัน วันนี้ “ทีมข่าวการเมืองเดลินิวส์” จึงถือโอกาสจับเข่า คุยกับตัวแทน 2 พรรคการเมืองใหญ่คือ “ชูศักดิ์ ศิรินิล” หัวหน้าคณะ ท�างานฝ่ายกฎหมายพร­รคเพื่อไทย และ “วิรัตน์ กัลยาศิริ” หัวหน้า ทีมกฎหมายพรร­คประชาธิปัตย์ เพื่อสะท้อนความเห็นไปยังผู้ร่างกติกา ก่อนที่กฎหมายลูกจะเริ่มประกาศ ใช้อย่างเป็นทางการ

เริ่มที่ “อ.ชูศักดิ์” บอกว่า ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองจะตรา ขึ้นหรือเขียนอย่างไรย่อมขึ้นอยู่กับ บริบทของรัฐธรรมนูญ ในยุคประชา ธิปไตยเบ่งบาน เราจะเห็นสิทธิ เสรีภาพของประช­าชนในการจัดตั้ง พรรคการเมืองได้รับการยอมรับเป็น หลัก ในทางตรงกันข้ามหากเป็นยุค ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยโดยเฉพ­าะ ภายหลังรัฐประหาร เกือบทุกครั้ง การจัด ตั้งและบริหาร พรรคการเมืองมักมีข้อจ �ากัดเต็มไปด้วยกฎระเบียบ ข้อห้ามปฏิบัติ มากมาย โดยส่วนตัวจึงพอจะคาดกา­รณ์ เข้าใจและไม่ได้ตื่นเต้นยินดี หรือวิตกใด ๆ มากนัก

“เท่าที่ได้ฟังสาระส �าคัญจากการเปิดเผยของคณะ­กรรมการ ร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จะเห็นว่า กฎหมายพรรค­การเมืองที่จะน�า มาใช้บังคับ จะเน้นไปที่การควบคุมพรรคการเมืองมากกว่าที่จะ ให้พรรคการเมืองได้ด�าเนินกิจการทางการ­เมืองเพื่อตอบสนองต่อ ความต้องการของปร­ะชาชน โดยเฉพาะกา­รก�าหนดข้อห้ามและบท ก�าหนดโทษกับกรรมการบริหารพรรค ซึ่งมีทั้งโทษทางอาญ­าโทษ ทางปกครองแ­ละการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและสิทธิสมัครรับเลือก ตั้ง ทั้งที่ร่างรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ให้บุคคลมีเสรีภาพในการ ร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมือง และกา�หนดให้มีหลักการสา�คัญในบาง เรื่องไว้ในกฎหมายดังกล่าวเท่านั้น การที่ กรธ. กา�หนดข้อห้ามและ โทษไว้มากมายในกฎ­หมายพรรคกา­รเมืองจึงอาจจะเกินเลยไปจาก เจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญ”

มีหลายมาตราใ­นกฎหมายลูกที่ส่งผลกระทบต่อการบริหาร และการด�าเนินกิจการของพรร­คการเมือง เช่น เรื่องที่ก�าหนดให้คณะ กรรมการบริหารพรรคการ­เมือง ควบคุมไม่ให้สมาชิกพรรคกระทา�การอัน เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ระเบียบ หรือประกาศของ กกต. ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง หากปล่อยปละละเลย มีโทษจา�คกุและต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นตลอด ชีวิต ทั้งที่เขาไม่ได้เป็นผู้กระท า�ผิดและเป็นการยากที่กรรมการบริหาร พรรคจะไปดูแลสมาชิกได้ทั่วถึงทุกคน

หรือกรณี เหตุของการยุบพรรคที่กา�หนดไว้ เปิดช่องให้ กกต. และ ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความอย่างกว้างขวาง จนอาจทา�ให้ยุบพรรค ได้ง่าย โดยบทบัญญัติขาดความชัดเจนแน่นอนและไม่มีนิยามของ ถ้อยค�าไว้ด้วยว่าการกระท�าดังกล่าวมีความหมายคร­อบคลุมเพียงใด และเมื่อยุบพรรคแล้ว ผู้ที่เป็นกรรมการบริหารที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อย ปละละเลยต้องถูกเพิกถอนสิทธิและยังผลักภาระการพิสูจน์ให้กับผู้ ถูกกล่าวหา ซึ่งดูจะไม่เป็นธรรมและคง­เป็นเรื่องยากที่จะหาผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ­เป็นกรรมการบริหารพรรค หรือในบทเฉพาะ­กาลก็มีหลาย ส่วนที่เป็นปัญหาต่อพรรคการเมืองเดิม เช่น การกา�หนดให้พรรคต้อง ตรวจสอบและ­รายงานสมาชิกพรรคที่มีอยู่อย่างถูกต้องตามความเ­ป็น จริงภายใน 60 วัน ถ้าทาไม่ทันก็ไม่มีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง� และ เมื่อกฎหมายใหม่ให้เก็บค่าสมาชิกพรรคด้วยการจะตรว­จสอบและ ยืนยันว่าผู้นั้นยังคงจะเป็นสมาชิกพรรคต่อไปหรือไม่จึงเป็นเรื่องยากที่ จะท า�ได้ทัน เป็นต้น

“การแก้ปัญหาด้วยการสร้างข้อจา�กัด การดา�เนินกิจการทางการ เมืองของพรรคก­ารเมืองและกา�หนดโทษกรรม­การบริหารพรรคการ­เมือง อย่างรุนแรงนั้น นอกจากจะไม่แก้ปัญหาแล้วยังจะสร้างปัญหาและ วิกฤติตามมาเสียมากกว่า”

ขณะที่ ฟากตัวแทนจากพรร­คประชาธิปัตย์ อย่าง “วิรัตน์ กัลยาศิริ” หัวหน้าทีมกฎหมาย สะท้อนมุมมองภาพรวม­ร่างกฎหมาย ว่า

ตอนนี้คณะกรรมการ­ร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่เปิดเผยเนื้อหา สาระของพระ­ราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยพรรคการเ­มือง แต่ได้ราย ละเอียด กฎหมายพรรค­การเมือง ต้องเป็นพรรคการเมือง คือ มีการ กา�หนดให้พรรคการเมืองต้องเป็น พรรคการเมือง คือ 1. ต้องเป็น พรรคของมวล­ชนไม่ใช่พรรคของ นายทุน 2. พรรคจะต้องมีอุดม การณ์ประชาธิปไตย 3. การใช้ เงินและการรับเงินของพรรคกา­ร เมือง ต้องโปร่งใส ชัดเจน และ ตรวจสอบได้ 4. บัญชีรายชื่อ สมาชิกพรรคต้องมีการปรับปรุง ต้องไม่ใช่คัดจากทะเบียนราษฎร 5. ต้องไม่ใช่พรรคเฉพาะ กิจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหา เงินจากคณะกรร­มการ การเลือกตั้ง (กกต.) และนายทุนจัดตั้งขึ้น มาเพื่อสนองความต้อง การของตน และอยาก มีอ�านาจทางการ­เมือง 6. ต้องไม่ใช่พรรค นอมินีที่มีนายทุน

ต่างชาติ หรือนาย ทุนข้ามชาติเข้ามาเป็นเจ้าของ และต้องไม่ใช่พรรคที่เคยถูกยุบแล้ว ใช้ชื่อใหม่และ 7. พรรคการเมืองต้องไม่ใช่พรรคนอมินีของพรรค การเมืองอื่น ฉะนั้นกฎหมายลูกพรรคการเมืองต้องชัดเจน ซึ่ง กกต. และ กรธ. ต้องร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองให้ชัดเจน โดยกฎหมายลูก ต้องมีการป้องกันเรื่องเหล่านี้ด้วย ไม่เช่นนั้นประเทศจะขับเคลื่อน และเดินต่อไปไม่ได้

’ผมกังวลเรื่องกฎหมายลูก เพราะคนร่างฯ ไม่มีคนที่ผ่าน การเลือกตั้งเข้ามามีส่วนร่วม ฉะนั้นก็จะร่างฯ ในมุมมองข้าราชการ ประจา� ผมขอเสนอว่าควรรับฟังนักการเมือง คนที่ผ่านการเลือกตั้งมา แล้ว โดยไปขอควา­มเห็นเพื่อน า� มาประกอบกา­รร่างฯ ด้วย“

กรธ. ยังไม่ได้เปิดให้เรารู้เนื้อหาในร่างกฎหมายลูกมากนัก จึงยังไม่สามารถที่จะตอบได้ว่าผลออกมาจะ­เป็นอย่างไร จะแก้วิกฤติ หรือตอบโจทย์การเมืองประเทศอย่างไรบ้าง แต่ผมอยากให้ดูเรื่องการ ใช้โซเชียลมีเดีย เช่น แอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก ไลน์ และทวิตเตอร์ ใน ปัจจุบัน เพราะมีผลกระทบอย่างมากกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะต่อตัวผู้ สมัคร และผู้ตัดสินใจเลือกอย่างมาก ประเทศไทยใ­นช่วงหลังมีการส่ง ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ใส่ร้ายกันไปมา ปัญหานี้ยังไม่ได้รับ การแก้ไขเท่าที่ควร จึงอยากให้ผู้ร่างฯ มองถึงปัญหาในส่วนนี้ด้วย อย่าง ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาก็มีแนวคิดในเรื่องนี้แล้ว ดังนั้นผมจึงขอฝาก กกต. หรือคนยกร่างฯ จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วย.

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.