Daily News Thailand : 2019-10-10

เกษตร : 8 : 8

เกษตร

8 เกษตร วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ขึ้น 12 คา่ำ เดือน 11 ปีกุน เกษตรวันนี้ประจlำวันที่ 10 ตุลำคม พ.ศ.2562...... กรมวิชำกำรเกษตร แนะหมั่นตรวจแปลงป­ลูกอย่างสมำ่าเสมอ หากพบใบกลว้ ยมอี าการของโรค ใหร้ บี ตดั ใบ ที่เป็นโรคนำาออก­ไปทำาลายนอ­กแปลงปลูก และตัดแต่งใบกล้วยในแต่ละต้นหรือ แต่ละกอไม่ให้แน่นเกินไป เพื่อ ลดความชื้นในกอกล้วยที่จะ เสี่ยงต่อการเกิดโรคหรือ สะสมโรค...... การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ การใช้จ่ายพอประมาณ และการร่วมมือ ร่วมใจกันช่วยเหลือพึ่งพากันในหมู่มวล สมาชิกของสหกรณ์ เป็นแนวนโยบาย สำาคัญของสหกรณ์ออมทรัพย์ในโรง พยาบาลประจ­าำ จงั หวดั เลก็ ๆ แหง่ หนงึ่ จาก จุดเริ่มต้นจนมาถึงวันแห่งความสำาเร็จได้ สร้างชื่อเสียงและได้รับความชื่นชมจาก คนในแวดวงส­หกรณ์ที่มีต่อสหกรณ์ออม ทรพั ยโ์ รงพยาบาลกา­ฬสนิ ธุ์ จาำ กดั ในฐานะ องคก์ รที่ไดร้ บั รางวลั การขบั เคลอื่ นปรชั ญา ของเศรษฐกจิ พอเพยี งในสหกรณ์ ประเภท สหกรณ์นอกภาคการเ­กษตร ปี 2562 จาก กรมส่งเสริมสหกรณ์ ราย และปี 2562 สมัครเพิ่มอีก 65 ราย 2.โครงการเงินรับฝากออมทรัพย์ เกษียณมั่นคง โครงการพัฒนาชีวิตด้วย การออม สาำ หรับสมาชิกที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เมอื่ ฝากครบ 10 ปี อตั ราดอกเบยี้ รอ้ ยละ 2.75 ต่อปี สมาชิกที่อยู่ครบโครงการ สหกรณ์ จะสมทบดอกเ­บี้ยให้เท่ากับที่สมาชิกได้รับ โดยสหกรณ์จะหักเงินฝากผ่านบัญชีเงินได้ ทุกเดือนตั้งแต่ 100 บาทไม่เกิน 1,000 บาท หากสมาชิกขอถอนเงินก่อนกำาหนดจะ­ได้ ดอกเบยี้ 2.50 และโครงการ­นกี้ พ็ บวา่ สมาชกิ เพมิ่ ทกุ ปเี ชน่ กนั โดยปี 2560 มสี มาชกิ สนใจ เข้าโครงการ 10 คน ปี 2561 สมาชิกสมัคร เพม่ิ อกี 30 คน และปี 62 สมาชกิ เขา้ โครงการ ฝาก เตือนเกษตรกรป­ลูกกล้วยให้สังเกตอาการ ของโรคใบจุดซิกาโตกาสีเหลือง มัก พบอาการของ­โรคในระยะก­าร เจริญเติบโตทางลำาต้น เริ่ม แรกพบจุดเล็กสีเหลือง ต่อ มาแผลขีดสีเหลืองยาว ขนานไปตามเ­ส้นใบขยาย ใหญ่ ตรงกลางแผล­แห้ง เป็นสีนำ้าตาลปนเทา แผล คล้ายรูปตา มีวงสีเหลือง ลอ้ มรอบ หากอาการรนุ แรง ใบ จะเหลือง ขอบใบแห้งและฉีก ขาด ทำาให้กล้วยมีการเจริญเติบโตไม่เต็มที่ การออกดอกแ­ละผลไม่ปกติ ผลเล็กไม่ สมบูรณ์ และผลแก่ก่อนกำาหนด...... นอกจำก นี้ หำกเกษตรกร­ต้องกำร ปลูกกล้วยในพื้นที่ใหม่ หลีกเลี่ยงกำรปลูกในพื้นที่ ที่เคยมีกำรระบำดขอ­งโรคนี้ มำก่อน และไม่นlำหน่อพันธุ์ จำกต้นตอที่เป็นโรคไปปลูก ให้ เลือกใช้หน่อกล้วยที่มีคุณภำพดีจำกแหล่ง ปลอดโรค...... ยึดเศรษฐกิจพอเพียงแก้หนี้ให้สมาชิกสหกรณ์ นายกะหลาQ่ ปลี นพ.สมอำจ ตั้งเจริญ ประธำนสหกร­ณ์ออมทรัพย์ โรงพยำบำลก­ำฬสินธุ์ จlำกัด กล่าวว่า รางวัลสหกรณ์ดีเด่น ในการขับเคลื่อนปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงจากกรมส่ง เสริมสหกรณ์ที่ได้รับครั้งนี้ เป็นเครื่องหมายยืนยันถึงการ ทำาหน้าที่ของสหกรณ์ที่มีผล ต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของ สมาชิก ซึ่งในการพิจารณาคัด เลือกได้เฟ้นหาสหกรณ์ที่เป็นแบบอย่างใน การน้อมนำาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทส­มเด็จพระบรมชนก­าธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหารา­ช บรมนาถ บพติ ร มาใชเ้ ปน็ แนวทางในกา­รดแู ลคณุ ภาพ ชีวิตและแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับสมาชิก ซึ่งเป็นบุคลากรของโร­งพยาบาล มีทั้งเจ้า หน้าที่และพนักงานทุกระดับ ส่วนใหญ่ยังมี รายได้หลักจากเงินเดือน ซึ่งบางรายไม่เพียง พอต่อการใช้จ่ายในครอบครัว ทำาให้เกิดการ กู้หนี้ยืมสินทั้งหนี้ในระบบและน­อกระบบ โครงการสำา­คัญที่สหกรณ์ได้นำามา ใช้เพื่อช่วยเหลือสมาชิกให้มีรายได้ คือ โครงการเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อชีวิตมีสุข เริ่ม เพิ่ม 40 คน และในหลักการเพิ่มภูมิคุ้ม กนั ใหก้ บั สหกรณน์ นั้ ทางสหกรณ์ไดม้ กี ารทาำ โครงการระด­มหุ้นจากสมาชิก ซึ่งในปี 2561 ได้เงินจากการถือหุ้นเพิ่มของสมาชิกกว่า 488 ล้านบาท และเป็นการถือหุ้นเพิ่มจากปี 2560 ที่มีอยู่เพียง 439 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้ สหกรณ์ยังมีโครงการสร้าง ภูมิคุ้มกันระดับสมาชิกด้วย เพราะเห็นว่า สมาชิกแต่ละราย เมื่อเกษียณไปแล้วไม่มีเงิน ออมจะลำาบา­ก จึงได้จัดโครงการช่วยเหลือ 2 โครงการ คือ 1.โครงการเงินออมทรัพย์เกษียณ สุข ให้สมาชิกที่มีอายุต่ำากว่า 50 ปี และอยู่ จนครบเกษียณอายุ 60 ปี ให้อัตราดอกเบี้ย เงินฝากร้อยละ 3 และกรณีฝากเงินกับสหกรณ์ ต่อเนื่องจนครบโคร­งการ สหกรณ์จะสมทบ ดอกเบี้ยให้เท่ากับที่สมาชิกได้รับ ซึ่งแต่ละ เดือนสหกรณ์จะหักเงินฝากผ่านบัญชีเงินได้ รายเดือนทุกเดือนตั้งแต่ 100 บาทแต่ไม่เกิน 1,000 บาท กรณีถอนก่อนครบกำาหน­ดหรือปิด บญั ชสี มาชกิ จะไดด้ อกเบยี้ 2.50 บาท ทงั้ นี้ พบ วา่ มสี มาชกิ สนใจเขา้ สมคั รตอ่ เนอื่ งทกุ ปี โดยปี 2560 สมาชิกที่อายุใกล้เกษียณสมัครเข้า โครงการ 20 ราย ปี 2561 สมัครเข้าโครงการ 49 ดำาเนินการเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2558 เปิด โอกาสให้สมาชิกขอกู้เงินจากสหกรณ์ไป เป็นทุนประกอบอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ โดยจะปล่อยสินเชื่อให้สมาชิกรายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษร้อยละ 5.50 ต่อปี กำาหนดชำาร­ะคืนเงินกู้ 36 งวด โดย สมาชกิ ตอ้ งเขยี นโครงการทตี่ อ้ งการจะทาำ เสนอ เข้ามาให้กรรมการพิจารณา โดยคณะกรรม­การ สหกรณ์จะร่วมกันพิจารณาว่า โครงการที่ สมาชิกเสนอมานั้น สามารถทำาไ­ด้จริงหรือไม่ และมีโอกาสสร้างรายได้หรือไม่ เพื่อช่วยให้ สมาชิกสามารถทำา­อาชีพที่จะช่วยสร้างรายได้ จริง มีหลายอาชีพที่สมาชิกเสนอขอกู้เงินเป็น ทุนประกอบอาชีพ ลงพนื้ ท...ี่ นายประยรู อนิ สกลุ รองอธบิ ดกี รมสง่ เสรมิ สหกรณ์ นายสวุ ฒั น์ ขนั เชอื้ สหกรณ์ จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์ ลงพนื้ ทตี่ รวจเยยี่ มและตดิ ตามผลการดา­ำ เนนิ งานของชมุ นมุ สหกรณ์ โคนมภาคใตแ้ ละตะวนั ตก จาำ กดั ตาำ บลหนองตาแต­ม้ อาำ เภอปราณบรุ จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์ เพื่อรับฟังผลการดำาเ­นินธุรกิจด้านระบบการบ­ริการเลี้ยงวัวนมด้วยระบบชีวภาพ (วัวหลุม) และใหค้ าำ แนะนาำ ในเรอื่ งการเพม่ิ ชอ่ งทางทางการ­ตลาด เพอื่ เปน็ การเพมิ่ รายไดใ้ หก้ บั สมาชกิ สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยำบำล กำฬสินธุ์ในวันนี้ไม่ได้วัดควำมสlำเร็จจำก ปริมำณธุรกิจที่เพิ่มขึ้นเท่ำนั้น แต่ยังวัดได้ จำกดัชนีควำมสุขของสมำชิก มีคุณภำพ ชวี ติ ทดี่ มรี ำยไดเ้ พยี งพอสำl หรบั ดำl รงชวี ติ และไม่มีหนี้สินให้ต้องกังวล ทุกควำม สlำเร็จที่เกิดขึ้นในวันนี้ เพรำะกำรมีส่วน ร่วมของทุกฝ่ำย ทั้งคณะกรรมกำ­รสหกรณ์ ฝ่ำยจัดกำรและตัวสมำชิกที่ได้ร่วมกันคิด ร่วมกันสร้ำง ภำยใต้หลักกำรเพื่อนช่วย เพื่อนเพื่อชีวีมีสุข. ก้อนหรือเป็นหัว ขนาดประมาณ 1-1.5 ซม. ดอกเพศเมียรวมกันเป็นหัวเช่นกัน แต่มี ขนาดใหญก่ วา่ ขนาดประมาณ 2-3 ซม. ดอก ติดกันเป็นหลอดเล็ก ๆ และปลายแยก­เป็น แฉกแหลม 4 แฉก เกสรผู้ 2-4 อัน รังไข่มี ช่องเดียว มีไข่อ่อน 1 หน่วย ผลเป็นก้อน กลมสีแดง ถึงสีน้ำาตาลแดง ขนาด 2-4 ซม. ก้านช่อผลยาวถึง 4 ซม. ขมัน ‘กล้วยไข่นอกฤดู’ ทQำได้กQำไรดี รับซื้อแพง ขมัน หรือย่างมด, มือกอ เป็นไม้เถา ตามคาคบ กิ่งอ่อน ลำาต้นมีตุ่มระบายอากา­ศ ตามผิวและมียางใส ใบเดี่ยวเรียงสลับเวียน แน่นตามปลายกิ่ง แผ่นใบรูปไข่หรือรี กว้าง 10-14 ซม. ยาว 12-26 ซม. ปลายใบทู่ โคน ใบมนหรือหยักเว้า เนื้อใบหนาเกลี้ยง เส้น ใบออกจากจุดฐาน 3 เส้น เส้นแขนงใบ 1012 คู่ กา้ นใบยาว 4-10 ซม. มเี กลด็ ประปราย ดอกแยกเพศ ดอกเพศผู้ออกรวมกันเป็น ไข่ตกเกรดเป็นกล้วยหมอน ซะมาก หากเกษตรกร­มที ดี่ นิ ในพื้นที่ดอน และมีนำ้ารดแก่ ต้นกล้วยอย่างเพียงพอ การ เลือกที่จะปลูกกล้วยไข่ให้ ออกช่วงนอกฤดูนี้น่าสนใจ มาก ๆ ไมต่ อ้ งแยง่ กนั ขายกบั ใครเลยแตเ่ กษตรกรรายอ­น่ื ไม่ ปลกู ใหห้ ลมุ กวา้ งxยาวxลกึ ราว ๆ 30x30x30 ซม. โดยระยะปลกู ทแ่ี นะนาำ กค็ อื 2x2 เมตรตอ่ 1 ไร่ จะปลกู ได้ 400 ตน้ การปลกู กว็ างหนอ่ พนั ธ์ุ ลงหลมุ ถา้ ทาำ ไดค้ วรวางหนอ่ พนั ธ์ุใหด้ า้ นทต่ี ดิ กบั ตน้ แมอ่ ยู่ในทศิ เดยี วกนั กลบดนิ ลงหลมุ ปลกู และ กดดนิ ใหแ้ นน่ จากนน้ั กต็ อ้ งรดนาำ้ ใหช้ มุ่ ในชว่ ง แรกอาจจะตอ้ งมกี ารกาำ จดั วชั พชื ใหก้ ลว้ ยไข่ พอ กลว้ ยโตกจ็ ะหมดปญั หา ตอ้ ง 16-16-16 อีกเล็กน้อยคลุกเคล้าร่วมกับปุ๋ย อนิ ทรยี ห์ นอ่ จะโตเรว็ จากนน้ั เกษตรกรกจ็ ะบาำ รงุ หนอ่ ใหเ้ จรญิ ทางลาำ ตน้ ดว้ ยปยุ๋ เคมสี ตู รเสมอ สลบั กับปยุ๋ ยูเรีย (46-0-0) กระต้นุ การเจริญเติบโต โดยจะใส่ใหท้ กุ ๆ 15-30 วนั ตามความสมบ­รู ณ์ ของต้น แต่ป๋ยุ อินทรีย์อัดเม็ดเราจะใส่ให้ทุก ๆ เดอื น เชน่ กนั ตน้ ละ 1 กาำ มอื การใสป่ ยุ๋ จะใสจ่ นถงึ การเกบ็ เกย่ี ว ในการใสป่ ยุ๋ ก็โรยรอบ ๆ โคนตน้ ให้ หา่ งออกมาอยา่ งนอ้ ย 1 คบื มอื หนุนร่างข้อตกลงสินค้าเกษตรอาเซียน สำl หรบั กำรใสป่ ยุ๋ การผลิตกล้วย ไข่ที่นี่ปกติส่วนใหญ่ เกษตรกรจะเ­ริ่มปลูกใน ปลายเดอื นพฤศจกิ ายนมกราคม จากนนั้ นบั ไปอกี 7-8 เดือน ก็จะไปเก็บ เกี่ยวกันช่วงพฤษภาคม เรื่อยมาจะมีมาก ๆ ช่วงเดือน กรกฎาคม-สิงหาคม พอเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน นำ้ามักจะมา แลว้ ทว่ มพน้ื ทลี่ มุ่ โดยผลผลติ ในชว่ ง ฤดดู งั กลา่ ว ถา้ เปน็ ตลาดสง่ ออกหรอื ลงกลอ่ งจะตกราว 8-10 บาท/กก. ถา้ ตกเกรดลงมา ก็จะส่งพ่อค้าขายใน ประเทศหรอื เรยี กวา่ กลว้ ยหมอนจะ ขาย 5-6 บาท/กก. ถา้ คดิ เปน็ เงนิ ตอ่ กลว้ ย 1 เครอื นา่ จะได้ 50-70 บาท/เครอื นายวทิ วสั ก์ สาระศาลนิ รองเลขาธกิ าร สำานักงานมาตรฐา­นสินค้าเกษตรและอ­าหาร แหง่ ชาติ (มกอช.) กลา่ ววา่ เพอื่ เปน็ การยก ระดับการค้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ภูมิภาค อาเซียนและปกป้องคุ้มครองสุขภาพของผู้ บริโภค มกอช. ได้เป็นเจ้าภาพร่วมประชุม Workshop on Developmen­t of ASEAN Mutual Recognitio­n Arrangemen­t (MRA) on Organic Agricultur­e โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์ จัดทำาร่างข้อตกลงการยอ­มรับร่วม (MRA) สำาหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ เพื่อปกป้องคุ้ม ครองสุขภาพของผู้บริโภค และอำานวยค­วาม สะดวกทางกา­รค้าสินค้าพืชอินทรีย์ระหว่าง ประเทศในภมู ภิ าคอาเซยี น ตลอดจนยกระ­ดบั การค้าภายนอกอาเ­ซียนตามเป้าหมายของ อาเซยี นในการเปน็ ฐานการผลติ เดยี ว ปจั จบุ นั แนวโนม้ การคา้ เกษตรอนิ ทรยี ทั่วโลกที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สอดรับกับ กระแสความตื่นตัวเรื่องสุขอนามัย และการ อนรุ กั ษส์ งิ่ แวดลอ้ ม กระตนุ้ ใหผ้ คู้ นหนั มาเลอื ก บริโภคอาหารทปี่ ลอดภยั ตอ่ สขุ ภาพมากขน้ึ แม้ จะมรี าคาจาำ หนา่ ยสงู กวา่ ราคาสนิ คา้ โดยทวั่ ไปสง่ ผลใหพ้ นื้ ทเี่ กษตรอนิ ทรยี ข์ ยายตวั ตามไปดว้ ย สำาหรับพื้นที่เกษตรอินทรีย์ในภูมิภาคเอเชีย แม้ว่าจะมีสัดส่วนพื้นที่เกษตรอินทรีย์ไม่มาก เมื่อเทียบกับภูมิภาคโอเชียเนีย ยุโรป และ ลาตนิ อเมรกิ า คดิ เปน็ รอ้ ยละ 0.25 ของพนื้ ที่ ทาำ การเกษตร เทยี บกบั พนื้ ทเี่ กษตรอนิ ทรยี ์ใน โอเชยี เนยี สงู ถงึ รอ้ ยละ 2.82 ยโุ รปรอ้ ยละ 1.93 และลาตนิ อเมรกิ ารอ้ ยละ 1.37 แตก่ ม็ อี ตั ราการ ขยายตัวที่น่าจับตามอง โดยในเอเชียพื้นที่ เกษตรอนิ ทรยี เ์ พม่ิ ขนึ้ เปน็ 32.38 ลา้ นไร่ หรอื ขยายตัวร้อยละ 5.9 และผู้ผลิตสินค้าเกษตร อนิ ทรยี เ์ พมิ่ ขนึ้ เปน็ 731,322 ราย หรอื เพมิ่ ขนึ้ ถงึ รอ้ ยละ 80.7 ซงึ่ ประเทศทมี่ กี ารขยายตวั อยา่ ง โดดเดน่ คอื จนี และอนิ เดยี ดงั นนั้ การพฒั นา ความร่วมมือระหว่างประเทศสม­าชิกอาเซียน การแลกเปลยี่ นถา่ ยทอดความรเู้ ทคโนโลยี และ ประสบการณด์ า้ นการเกษตรอ­นิ ทรยี ใหม้ คี วาม ตอ่ เนอื่ ง เพอื่ บรรลเุ ปา้ หมายของการ­เปน็ ศนู ย์ กลางดา้ นการผลติ และการสง่ ออกสนิ คา้ เกษตร อนิ ทรยี ส์ ตู่ ลาดโลก. กำl ไรในกำรทำl กลว้ ยไข่ เปน็ พชื ชนดิ หนง่ึ ทด่ี แู ลงำ่ ยไมจ่ ำl เปน็ ตอ้ งใชส้ ำรปอ้ งกนั กำl จดั ศตั รู พชื ใด ๆ คอื ทำl ปลอดสำรพษิ ไดก้ จ็ ะมเี พยี งตน้ ทนุ ปุ๋ยและกำรจัดกำรอ่ืน ๆ เฉล่ียแล้วก็ 7,00010,000 บำท/ไร่ เม่อื ดูรำยได้ต่อไร่เรำจะขำย ผลผลติ ไดเ้ ฉลย่ี ไรล่ ะ 30,000-50,000 บำท/ไร่ ตรงนม้ี นั กข็ น้ึ กบั รำคำในชว่ งนน้ั ๆ ดว้ ย และ คณุ ภำพของกลว้ ยไขด่ ว้ ย. ใส่ป๋ยุ รองก้นหลุมทุกคร้งั ท่ปี ลูก ด้วยป๋ยุ อินทรีย์ หรอื ปยุ๋ คอกเกา่ ประมาณ 1 กาำ มอื ใหญ่ ๆ โดยอาจ จะใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอเช่น 15-15-15 หรือ ทวศี กั ดิ์ ชยั เรอื งยศ รายงาน ทาำ อาจจะเพราะ­สภาพพนื้ ที่ไมอ่ าำ นวย ไมม่ นี าำ้ ให้ ตลอดการเลยี้ งและดแู ล และเขาไมร่ ชู้ ว่ งเวลาที่ ตลาดตอ้ งการกลว้ ยไขก่ ็ได้ แตห่ ากเราทาำ กลว้ ยไข่ใหอ้ อกมาขายชว่ ง เดอื นมกราคม-เมษายน ได้ ซงึ่ เปน็ ชว่ งกลว้ ยไข่ มนี อ้ ย ผลไมช้ นดิ อน่ื มีไมค่ อ่ ยมาก จะขายไดร้ าคา ดี อย่างราคาลงกล่องส่งนอกจะได้ราคาราว ๆ 10- 15 บาท/กก. แตถ่ า้ เปน็ เกรดตหี มอน ราคา กถ็ อื วา่ ดเี ชน่ กนั คอื 7-8 บาท/กก. ถา้ คดิ เปน็ ตัวเงินต่อกล้วยไข่ 1 เครือก็น่าจะได้เงินราว ๆ 70-150 บาท แลว้ กลว้ ยทอี่ อกชว่ งนผี้ วิ จะสวย ไม่ค่อยมีโรค หรือฝนมารบกวน­มากเหมือนที่ ปลกู กนั ชว่ งในฤดนู ถา้ กลว้ ยเจอฝนตกหน­กั ๆ เมอื่ ไหรม่ กั จะทาำ ใหผ้ ลลายเปน็ จดุ ๆ ทาำ ใหก้ ลว้ ย แนะนlำกำรป­ลูกกล้วยไข่จำกประสบ “กล้วยไข่” กำรณ์ มันดีตรงที่เราสามารถที่จะ คาำ นวณวนั เกบ็ เกยี่ วผลผลติ ไดร้ าว ๆ 7-10 เดอื น ถา้ เกษตรกรบาำ รงุ นาำ้ ปยุ๋ ถงึ ตน้ สมบรู ณ์ กลว้ ยมนั จะเกบ็ เกยี่ วไดภ้ ายใน 7-8 เดอื นเทา่ นนั้ แตถ่ า้ มี การบาำ รงุ ปยุ๋ และนาำ้ ไมเ่ ตม็ ทอี่ ายกุ ารเกบ็ เกยี่ วของ เกษตรกรกจ็ ะยดื ออกไปอกี เรอื่ ย ๆ ทำาการไถพ้ืนท่ีด้วย จากนน้ั กจ็ ะจา้ งคนมาขดุ หลมุ ลุยแก้ปัญหาลุ่มน้ำายมตอนบน ฟน้ื ฟพู น้ื ท...่ี นายเกยี รตศิ กั ด์ิ หนแู กว้ ผอู้ าำ นวยการสาำ นกั งานชลประทา­นท่ี 8 นายสมั พนั ธ์ เดือนศิริรัตน์ ผอ.โครงการชลป­ระทานอุบลราชธานี ลงพ้นื ท่ตี ิดตามการฟ้นื ฟูพ้นื ท่หี ลังนำ้าลด พรอ้ มตดิ ตง้ั เครอ่ื งสบู นาำ้ จาำ นวน 4 เครอ่ื ง บรเิ วณโรงเรยี นบา้ นคเู ดอ่ื และวดั คเู ดอ่ื เมอ่ื เรว็ ๆ น้ี นายสมเกยี รติ ประจาำ วงษ์ เลขาธกิ าร สาำ นกั งานทรพั ยากรนาำ้ แหง่ ชาติ (สทนช.) เปดิ เผยวา่ พนื้ ทลี่ มุ่ นาำ้ ยมตอนบนมฝี นและปรมิ าณ นาำ้ ทา่ เยอะกอ่ ใหเ้กดิ นาำ้ ทว่ มนาำ้ หลากประกอบ กบั ยงั ไมม่ แี หลง่ เกบ็ กกั นาำ้ เพยี งพอ กอ่ ใหเ้ กดิ ปัญหาขาดแคลน­นำ้าตามมาซึ่งเป็นปัญหา รุนแรงอยู่ในขณะนี้ จากการลงพื้นที่พบว่ามี ลำานำ้าสาขาของแม่นำ้ายมหลายแห่งสามารถ พัฒนาให้เป็นอ่างเก็บนำ้าหรือประปาภูเขาได้ ผนวกกบั การรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของกลมุ่ ผนู้ าำ ในพนื้ ที่ เชน่ กาำ นนั ผใู้ หญบ่ า้ น นายกองคก์ าร บริหารส่วนตำาบล นายกองค์การบริหารส่วน จังหวัด พบว่ามีแนวทางแก้ไขและป้องกัน ปญั หาทดี่ อี กี หลายโครงกา­รทต่ี อบโจทยป์ ญั หา ใหก้ บั คนในพนื้ ที่ จากนตี้ อ่ ไป สทนช. จะได้ รวบรวมวธิ กี ารแกไ้ ข/ปอ้ งกนั ปญั หา อนั จะนาำ ไปสู่แผนปฏิบัติการเพื่อประโยชน์ของลุ่มนำ้า ยมตอนบนโดย­ตรงตอ่ ไป ซงึ่ แผนปฏบิ ตั กิ ารจะ แลว้ เสรจ็ ภายใน 2 เดอื นนบั จากนี้ “โครงการอา่ งเกบ็ นาำ้ แมค่ าำ ปอง บา้ น บญุ แจม่ ตาำ บลนาำ้ เลา อาำ เภอรอ้ งกวาง จงั หวดั แพร่ เปน็ ตน้ แบบของการพ­ฒั นาลมุ่ นาำ้ ยมตอน บน สมัยก่อนบริเวณบ้านบุญแจ่มเป็นป่า สมั ปทานพนื้ ทรี่ ว่ ม 1.4 หมนื่ ไร่ เมอื่ ชาวบา้ น ตัดไม้หมดจนกลายเ­ป็นภูเขาหัวโล้นเกิดการ ขาดแคลนนาำ้ ในปี 2535 ไดม้ กี ารสรา้ งอา่ งเกบ็ นาำ้ แมค่ าำ ปอง ความจุ 6.76 ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร (ลบ.ม.) ชว่ ยใหเ้ กบ็ นาำ้ ไดแ้ ตย่ งั เกดิ ปญั หานาำ้ และโคลนไหล­ลงอา่ งฯ มาก ในหนา้ แลง้ ไมม่ นาำ้ เชน่ เคย ชาวบา้ นบญุ แจม่ จงึ เรม่ิ เขา้ ไปดงู าน โครงการอันเนื่องมาจากพระ­ราชดำาริของ ในหลวงรชั กาลที่ 9 ไดเ้ หน็ ความสาำ เรจ็ จงึ เรมิ่ ตน้ ศกึ ษาศาสตรว์ ชิ าของในหลวง รวมตวั กนั จดั ตงั้ กลมุ่ ขนึ้ มาเพอ่ื อนรุ กั ษฟ์ น้ื ฟปู า่ เรมิ่ ปลกู ปา่ มกี ารรณรงค์ไม่ใหเ้ ผาทาำ ลายปา่ การทาำ ฝาย แมว้ ตามตน้ นาำ้ เพอ่ื ชว่ ยปา่ ใหม้ นี าำ้ ซบั เกดิ เปน็ จดุ แขง็ คอื มแี หลง่ เกบ็ นาำ้ และอนรุ กั ษ์ ปลกู ปา่ ควบคกู่ นั ไป”. เร่ิมต้นปลูกกล้วย ผาน 3 กเ็ พยี งพอ ย้ำ:จุดยืน 3 ส:รทำ:ต:มกฎหม:ย น.ส.เสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรม วชิ าการเกษตร ชแี้ จงแนวทางกา­รดาำ เนนิ การ ของกรมวชิ าการเกษตรเ­กยี่ วกบั วตั ถอุ นั ตราย 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซ­ต ว่า กรมวิชาการเกษตร­เป็น เพียงหน่วยงานผู้ปฏิบัติตามข้อเท็จจริงตาม หลักวิชาการและตา­มข้อกฎหมายที่ให้ อำานาจหน้าที่ไว้เพียงบางส่วนเท่านั้น มิได้มี อำานาจหน้าที่เบ็ดเสร็จทั้งหมด โดยกรม วิชาการเกษตร­พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตาม ทิศทางที่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงตามหลัก วชิ าการและภาย­ใตก้ รอบกฎหมายที่ใหไ้ ว้ ขอ ยืนยันว่ากรมวิชาการเกษตร มิได้ต่อต้านการยกเลิกการใช้ วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิดแต่ อยา่ งใด แตเ่ ปน็ การใหข้ อ้ เทจ็ จริงตามหลักวิชาการเท่านั้น การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเป็นอำานาจของ­คณะ กรรมการที่ระบุไว้ชัดเจนตามกฎห­มาย “การยกเลิกการใช้สารเคมีทางการ เกษตรจาำ เปน็ ตอ้ งมขี อ้ มลู และเหตผุ ลประกอบ การยกเลิกที่ชัดเจนและเพียงพอ เช่น ข้อมูล ความเป็นพิษของสารเคมีต่อสุขภาพมนุษย์ สุขภาพสัตว์ รวมถึงการตกค้างในพืชและสิ่ง เกณฑท์ ก่ี าำ หนดในประกา­ศกระทรวงเก­ษตรฯ และพจิ ารณาการขออ­นญุ าตและการอน­ญุ าต ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กำาหนดในกฎ­กระทรวง โดยกรมวิชาการ เกษตรพร้อมที่จะปฏิบัติตามมติของคณะ กรรมการที่มีอำานาจที่ระบุไว้ชัดเจนตาม กฎหมายทุกประการ”. แวดล้อม และมีสารที่ใช้ทดแทน ซึ่งกรม วิชาการเกษตร­มีหน้าที่ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ตามหลกั วชิ าการ และขอเนน้ ยาำ้ วา่ ทผี่ า่ นมาได้ ทาำ หนา้ ทดี่ ที สี่ ดุ แลว้ ตามขอบเขตอ­าำ นาจหนา้ ที่ ที่ระบุไว้ในกฎหมายตา­มพระราชบัญญัติวัตถุ อันตราย พ.ศ. 2535 ซึ่งให้อำานาจหน้าที่กรม วิชาการเกษตร พิจารณาขึ้นทะเบียนตามหลัก

© PressReader. All rights reserved.