ทศพร สิหนาทกถากุล

Hello! (Thailand) - - NSIDE -

ก้าวไปอีกหนึ่งขั้นบนเส้นทางทายาทแลนด์มาร์ค เล่าถึงการจัดสมดุลให้ชีวิตการงานและครอบครัว

ทศพร สิหนาทกถากุล ทายาทหนึ่งในสี่ของเจ้าสัว จตุพร สิหนาทกถากุล ซึ่งเป็นลูกคนสุดท้องที่มา รับการถ่ายทอดวิชาการบริหารธุรกิจจากคุณพ่อที่ได้ วางรากฐานธุรกิจอย่างเป็นปึกแผ่นทั้งภายในและต่าง ประเทศ มีทั้งธุรกิจโรงแรม ธุรกิจโรงพยาบาล และอื่นๆ

เขาเคยให้สัมภาษณ์กับ HELLO! เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ว่า “ยิ่งคุณพ่อสร้างไว้เยอะ ยิ่งยากสำหรับเรา คนถึง พูดว่าผู้นำยิ่งใหญ่แค่ไหน ผู้ตามยิ่งเหนื่อยแค่นั้น บททดสอบที่ผมต้องรับมือมีเยอะมาก ไม่ใช่แค่ตาม รอยเท้าท่านให้ได้ ยังมีเรื่องประสบการณ์ เรื่องการ ยอมรับของคนในองค์กร และอีกหลายอย่างครับ”

โครงการล่าสุดที่เขาดูแลเองทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น คือโครงการก่อสร้างโรงแรมแลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ ที่ ทุบโรงแรมสยามเดิมทิ้งและสร้างใหม่จนแล้วเสร็จเป็น โรงแรมที่สวยสง่างาม โดดเด่นอยู่บนถนนเพชรบุรีตัด ใหม่ อนั เปน็ อกี หนง่ึ ในความภาคภมู ใิ จของเขาท่ี HELLO! ได้มาเยี่ยมเยียนในวันนี้

การเป็นทายาทเจ้าของธุรกิจมูลค่ามหาศาลอาจจะ เป็นเรื่องน่าใฝ่ฝัน แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เรื่อง ง่าย เขาได้รับการวางแผนทางด้านการศึกษามาตั้งแต่ เริ่มต้น โดยคุณพ่อส่งไปเข้าโรงเรียนประจำที่อังกฤษ หลังจากจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เมืองไทย ทำให้ เขาได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกัน ฝึกความมีระเบียบวินัย ทำกิจกรรม และเล่นกีฬา สร้างตัวตนขึ้นมาอย่างคนที่ มีความสามารถหลากหลายด้าน และต่อด้วยการปู พื้นฐานทางการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านการ บริหารธุรกิจ และปริญญาโทเกี่ยวกับจิตวิทยาองค์กร จาก LSE (London School of Economics) เพื่อมา ต่อยอดธุรกิจของครอบครัว

ก่อนที่จะเข้ามาทำงานให้กับธุรกิจของครอบครัว เขาตัดสินใจไปหาประสบการณ์การทำงานจากองค์กร อื่นก่อน โดยสมัครเข้าไปทำงานในบริษัทที่ปรึกษา ธรุ กจิ ระดบั ทอ็ ปของโลก คอื บรษิ ทั ดลี อยท์ ทล่ี อนดอน อยู่ 2 ปี ท่ามกลางคำถามของคุณพ่อที่ถามอยู่ตลอด เวลาว่า เมื่อไรจะกลับมาช่วยทำงาน

“ผมขอไปทำเอง ผมอยากหาประสบการณ์ก่อน คณุ พอ่ ใหเ้ วลา 3 เดอื นในการหางาน พอดหี าได้ ซง่ึ กย็ าก อยเู่ หมอื นกนั เพราะทโ่ี นน่ ถา้ จะหางานทำตอ้ งลว่ งหนา้ 1 ปี ตอนนั้นผมส่งใบสมัครไปหลายสิบบริษัท ก็มีได้ไป สัมภาษณ์ แล้วก็มีไม่ได้เยอะ ต่อมาเราก็ได้เรียนรู้จาก ความผดิ พลาดวา่ เราตอ้ งทำอยา่ งไรใหเ้ ขาสนใจ”

แนะเทคนิคในการสมัครงานต่างประเทศ

คุณทศพรใช้เวลาหางานทำเพียงแค่ 3 เดือนซึ่งนับ ว่าน้อยมาก แต่เขามีการวางแผนที่ดีและได้ทำงาน ในบริษัทที่ปรึกษาระดับท็อป 20 ของโลกด้วยความ สามารถล้วนๆ

“ด่านแรกคือการสัมภาษณ์ตัวต่อตัว อันนั้นก็ยาก นิดหนึ่งแล้ว เราต้องพยายามไปให้ตรงเวลา แต่งตัวให้ เรียบร้อย ถามอะไรก็พยายามตอบให้ตรงคำถาม แต่ รอบสองจะมีทั้งสอบคำนวณ สอบภาษา แล้วก็ที่ยาก สุดเขาจะให้ทำงานกลุ่ม เขาจะมีโจทย์มาให้ แล้วมีพวก ซีเนียร์ เมเนเจอร์เฝ้าดู 4 มุมห้อง ว่าคนไหนมีบุคลิก ยังไง คนนี้ดูเป็นผู้นำนะ หรือคนนี้ทำงานคนเดียว คนนี้ นั่งเงียบๆ ไม่ช่วยใครเลย แล้วเขาจะคัดมา ซึ่งพอไป หลายๆ ที่เราจะเริ่มรู้แนวแล้วว่าจะมาแนวไหน

“อย่างตอนนั้นผมเจอเขาให้โจทย์มา ซึ่งจะมีอยู่ไม่ กี่โจทย์ เช่น มีบ้าน 8 หลัง บ้านนี้มีผู้หญิงเลี้ยงหมา บ้านตรงข้ามเป็นผู้ชายวัยกลางคนมีสระน้ำ แล้ว สุดท้ายให้หาว่าบ้านไหนสีแดง ให้โจทย์มาเหมือนกึ่งๆ ไม่ครบ แล้วจากข้อมูลที่มีเราต้องมาพยายามช่วยกัน ทำในกลมุ่ กบั ทมี พอไปหลายบรษิ ทั เรากเ็ รม่ิ จะรวู้ ธิ วี า่ ตอ้ งใชอ้ ปุ กรณอ์ ยา่ งโพสตอ์ ติ มาชว่ ย อยา่ งบา้ นหลงั นร้ี ู้ วา่ มอี ะไรบา้ ง กแ็ ปะโพสตอ์ ติ ไวเ้ หมอื นกบั ทำการลองผดิ ลองถูก สุดท้ายตัวแปรสุดท้ายจะไม่หนีไปไหนแล้ว แต่การใช้อุปกรณ์มันจะทำให้เราเข้าไปสู่คำตอบได้ พอเขาเห็นเราชี้นำคนในกลุ่มเป็นเขาก็เลือกเรา”

เริ่มจากการเป็น ‘ลูกน้อง’ ที่ต่างประเทศ

“ตอนนั้นก็ท้าทายดีนะครับ ผมได้ตำแหน่ง consultant จูเนียร์สุด จริงๆ ก็คือลูกน้องสุดในทีม ตำแหน่งดูดี แต่เวลาไปทำจริงๆ ก็อยู่กับทีมที่มีซีเนียร์ เมเนเจอร์ มีทั้งพวกคอนซัลแทนต์ที่เป็นมิดเดิลเลเวล และมอี ะนาลสิ ตค์ อื คนทำตวั เลข ผมตอ้ งทำพรเี ซนเทชน่ั ติดต่อประสานงาน เป็นเสมียนที่ช่วยวิเคราะห์ปัญหา ทค่ี อ่ นขา้ งซบั ซอ้ นในองคก์ รตา่ งๆ ชว่ ยทำเอก็ เซล รพี อรต์ กลน่ั กรองขอ้ มลู มนั กท็ ำใหเ้ ราเรยี นรถู้ งึ วธิ กี ารนำเสนอ วิธีการจัดข้อมูล ย่อยข้อมูล เวลาเราเห็นของอะไรที่มี ข้อมูลเต็มไปหมด จะทำยังไงให้เข้าใจง่าย เวลาไปคุย กับใครต่อให้เป็นคนที่ไม่รู้เรื่องหรือคุ้นเคยกับอะไร พวกนี้มาก่อนก็สามารถเข้าใจได้ เป็นอย่างหนึ่งที่ได้ เรียนรู้มา”

เริ่มต้นทำธุรกิจในครอบครัวด้วยตำแหน่งเล็กที่สุด

หลังจากหาประสบการณ์การทำงานในลอนดอน ได้ 2 ปีก็ถึงเวลากลับมารับการถ่ายทอดธุรกิจ ครอบครัวจากคุณพ่อ โดยเริ่มต้นที่ตำแหน่งเทรนนี

“ตอนแรกกเ็ หมอื นกบั เปน็ เทรนนธี รรมดา แคต่ ดิ ตาม คุณพ่อมาเรียนรู้กับคุณพ่อ ยังไม่ได้รับการมอบหมาย อะไรมาก ค่อยๆ ดูว่าเราสามารถเติมจุดที่ขาดอะไรได้ บ้าง ตอนนั้นมาก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไร คุณพ่อสอนโดยการ ทำใหด้ เู ปน็ ตวั อยา่ ง เขาจะปฏบิ ตั ใิ นวถิ ที เ่ี ขาคดิ วา่ มนั จะ ทำให้คนอื่นรู้สึกเกรงใจไปโดยปริยาย เหมือนกับเป็น การสรา้ งบารมี สร้างเครดิตใหก้ ับตนและองคก์ ร ซ่งึ มัน ต้องใช้เวลา ตอนแรกเราก็คิดว่ามาถึงแล้วขับเคลื่อน อะไรกไ็ ด้ เปลย่ี นแปลงอะไรกไ็ ด้ จรงิ ๆ ไมใ่ ช่ ตอ้ งเรยี นรู้ เยอะเหมอื นกนั ตอ้ งคอ่ ยๆ ดแู ละศกึ ษาไปเรอ่ื ยๆ จนถงึ จดุ ทเ่ี ราทำอะไรได้ เขา้ ใจถงึ ประเดน็ และทำไดจ้ รงิ

“ผมตามคณุ พอ่ อยนู่ าน ตอนนน้ั กไ็ ปทง้ั แลนดม์ ารค์ และโรงพยาบาลไทยนครินทร์ ท่านไปไหนก็ไปด้วย หมด แล้วก็ฟัง การที่ฟังต้องพยายามซึมซับไปด้วย ไม่ว่าการที่เขาคุยกับคู่ค้าคนอื่น หรือคุยกับใครก็ตาม เราก็พยายามจับประเด็น ศึกษาวิธีในการแก้ปัญหา เรื่องของไหวพริบ จังหวะจะโคน วิธีมอง ไม่ใช่ว่ามอง ช็อตเดียวแต่มองอีกหลายสเต็ป แม้กระทั่งการลงทุน จะไม่ได้มองว่าจะได้อะไร แต่จะมองว่าสุดท้ายแล้ว ในมุมที่แย่ที่สุด เราทนไหวไหม มันก็ช่วยสอนเราว่า ถ้าทำอะไรแล้วผลสุดท้ายถ้ามันไม่ดี มันแย่ เราอยู่ ไม่ได้ก็ไม่ควรไปทำ คือบาลานซ์ความเสี่ยง อย่ามอง แต่ได้ ให้มองในแง่ลบด้วย ผมก็ได้เรียนรู้ในเรื่อง พวกนี้มาเยอะพอสมควร”

เวลาผ่านไป 11 ปีแล้วที่คุณทศพรได้เข้ามาช่วย บริหารธุรกิจของครอบครัว แต่ก็ยังไม่เคยได้รับคำชม ตรงๆ จากคุณพ่อ

“คุณพ่อไม่ใช่คนที่ชมใคร วิธีของเขาค่อนข้าง เอเชียแบบคนจีนดั้งเดิมพอสมควร คือไม่ชมแน่นอน บางคนก็อาจมองว่าเขาไม่ใช่คนที่พูดอะไรมาก แต่ว่า ต้องขยันไปดึงข้อมูลมาเองมากกว่า บางทีเสนออะไร ไปเขาจะมีคำถามมากมาย เราต้องพยายามฟังเขา ยอม แล้วเขาว่าไงก็ทำตาม หรือเราจะเอาคำท้วงติง ของเขากลับมานั่งวิเคราะห์ แล้วกลับเข้าไปเสนอใหม่ บางทีคนเรามันต้องเห็นต่างกัน แต่ถ้าเราเห็นว่าอะไร มันดีกว่า ก็ต้องโน้มน้าวให้เขาคิดเหมือนเรา

“สมัยก่อนคุณพ่อก็ดูเองทุกอย่าง แต่หลังๆ ดูน้อย ลงเยอะ อาจด้วยว่าธุรกิจของครอบครัวเติบโตมากขึ้น มันไม่มีทางที่คนคนเดียวจะดูได้หมด เขาก็จะมอบ หมายคนนั้นดูอันนี้บ้าง คนนี้ดูอันนั้นบ้าง แต่อย่างของ ผมได้ดูโครงการก่อสร้างนี้ตั้งแต่แรกเลย ปัญหา มากมาย มนั กเ็ ปน็ ทท่ี เ่ี รยี นรทู้ ด่ี เี พราะเหน็ มนั ตง้ั แตต่ อก เสาเขม็ ”

เขาหมายถึงโครงการก่อสร้างโรงแรมแลงคาสเตอร์ กรงุ เทพฯ ทก่ี อ่ สรา้ งเสรจ็ สมบรู ณแ์ ละเปดิ ใหบ้ รกิ ารแลว้

“งานแบบนี้ทำคนเดียวไม่ได้ แต่จริงๆ เวลาที่เรามี ปัญหา หรือพยายามผลักดันอะไรให้เกิด การที่ได้ไป ดีเบตกับคุณพ่อ ปรึกษาหารือ โต้วาที แต่ไม่ได้ทะเลาะ กัน เหมือนคนจะขึ้นชกมวยมีคู่ซ้อม ผมคุยกับพี่ๆ เสมอว่าให้ถือว่าคุณพ่อเป็นคู่ซ้อม ถ้าผ่านคุณพ่อได้ ชกกบั ใครรบั รองสบาย เพราะเขาละเอยี ด ผมกว็ า่ สนกุ ดี ตรงนั้นได้เรียนกับเขาเยอะมาก ผมมองว่าการที่เราได้ เข้าไปพูดคุยให้ความคิดที่แตกต่าง และก็พร้อมจะยืน บนความคิดของเรา แต่ก็ไม่ใช่ว่าแข็งกร้าวเพราะถ้า เป็นแบบนั้นก็ยาก มันต้องใช้เวลา มีจังหวะ หาข้อมูล ปรับปรุงสิ่งที่เราต้องการนำเสนอ พอเรารู้อะไรมากขึ้น แลว้ มนั ทำใหเ้ ราเปน็ เปน็ นกั ปฏบิ ตั แิ ละเปน็ ผนู้ ำทด่ี ขี น้ึ ”

นำเอาความเป็นคนรุ่นใหม่และความสมัยใหม่มา ใช้กับองค์กร

“ผมพยายามหาสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นเครื่องมือในการ ช่วยอำนวยความสะดวกมาใช้ อย่างที่นี่มีโปรดักต์ที่ที่ อื่นยังไม่มีเยอะ เช่น ที่นี่มีแท็บเล็ตที่สามารถสั่ง

อาหารจากห้องพักโดยตรงได้ไม่ต้องโทร.แล้ว แขกก็ใช้ แท็บเล็ตเปิดไฟ ปิดไฟ เปิดแอร์ เป็นเหมือนรีโมต คอนโทรลไปในตวั ใชเ้ หมอื นไอแพดได้ ดนู นู่ ดนู อ่ี า่ นขา่ ว เช็กข้อมูล มันช่วยให้เราลดพวกสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ต้องมี ในห้องพัก พวกเมนูก็ไมต่ อ้ งมี แขกมาถงึ กด็ ใู นแทบ็ เลต็ แทน หรอื แขกตอ้ งการจองสปาก็กดดูได้เลยว่าว่างเวลา ไหนแล้วก็จองได้ เวลาเรามีโปรโมชั่นอะไรก็สื่อสารกับ ลูกค้าได้เลย มันทำให้เราสื่อสารกับลูกค้าง่ายขึ้น อันนี้ บอกเลยว่าเป็นที่แรกในเมืองไทย

“อย่างกระจกห้องน้ำเราก็ทำเป็นกระจกฝ้าที่เปิดปิด ได้ไม่ต้องมีม่าน เพียงกดสวิตช์ทีเดียวจากกระจกใส กลายเปน็ ฝา้ แตข่ องทน่ี ต่ี า่ งจากทอ่ี น่ื คอื มนั เปน็ แผงใหญ่ บางที่อาจเป็นแค่แผงเล็กๆ เพราะราคามันสูง ทำให้ แขกที่เข้ามาพักรู้สึกว่าเราเอาใจใส่ มีนวัตกรรมใหม่ๆ มานำเสนอตลอดเวลา”

แต่ละโรงแรมคาแร็กเตอร์ไม่เหมือนกัน

“ชว่ งหนง่ึ ทท่ี ำกค็ ดิ เหมอื นกนั วา่ เราควรจะทำใหแ้ บรนด์ เหมือนกันไหม ที่ไหนใช้ชื่อแลนด์มาร์คน่าจะต้องเหมือน กนั ทไ่ี หนเปน็ แลงคาสเตอรก์ น็ า่ จะเหมอื นกนั สดุ ทา้ ยผม กค็ ดิ วา่ เราเปน็ ครอบครวั ทท่ี ำธรุ กจิ บรหิ ารโรงแรม คอื เปน็ ทั้งเจ้าของและบริหาร เราเป็นอิสระจริงๆ ไม่ได้ใช้เชน แลว้ กไ็ มไ่ ดจ้ ำเปน็ ดว้ ยวา่ โรงแรมทกุ โรงแรมตอ้ งเหมอื น กัน เราก็ให้แต่ละที่เป็นตัวของมันเอง แต่ก็พยายาม ให้บริการที่ดี ให้ประสบการณ์ที่ดีกับแขก ไม่ต้อง เหมอื นกนั ซะทเี ดยี ว จดุ ขายแตล่ ะทก่ี จ็ ะตา่ งกนั ไป

“โรงแรมในเครือทั้งหมดจะเป็นโรงแรมขนาด กลางถึงใหญ่ อย่างรอยัล แลงคาสเตอร์ ลอนดอน ที่คุณพ่อซื้อก็อยู่ในโลเคชั่นที่ดีแต่สภาพของโรงแรม ไมถ่ งึ ขน้ั ลกั ซช์ วั รี ตกึ มอี ายนุ ดิ หนง่ึ เรากม็ าลงทนุ ใหม่ ด้วยความที่เราต้องการทำให้ดี เราอยู่ยาวไม่ได้ทำ แป๊บๆ แล้วก็ขายทิ้ง เราอยากอยู่กับมันให้เป็น ทรัพย์สินเป็นบ้านของเราไปด้วย อย่างแลนด์มาร์ค ลอนดอนเราไปซื้อโรงแรมที่มันไฮเอนด์มาอยู่แล้วก็ ทำให้เต็มที่ไปเลย มันเป็นตึกที่เป็นประวัติศาสตร์”

ผสมผสานความชอบของตัวเองเข้าไปด้วย

“ผมเป็นคนชอบกิน ชอบดื่ม ชอบเดินทาง ชอบ แสวงว่าที่ไหนดีที่ไหนควรไปลอง พอไปลองเรื่อยๆ ได้คุยกับพวกบาร์เทนเดอร์ที่ต่างๆ ว่าทำยังไงถึงจะ ทำให้ได้ดี ก็เป็นที่มาว่าชอบชงดริงก์เอง และแชร์ สูตรให้กับโรงแรมในเครือ เพราะจริงๆ แล้วพวก ค็อกเทลต่างๆ ก็มาจากแม่พิมพ์เดียวกัน เช่น จำพวก sour ก็จะมี เหล้า 3 ส่วน ความเปรี้ยว 1 ส่วน เช่น มะนาวเขียว มะนาวเหลือง เสาวรส หรืออะไรก็ตาม อีกส่วนคือความหวาน น้ำตาล น้ำผึ้ง หรือเหล้าที่หวานหน่อยก็ได้ เอาสามอย่าง ผสมกัน หรืออยากให้มันมีอะไรมากกว่านี้ก็ใส่ สมุนไพร เกล็ดนู่นนี่เข้าไปเพิ่ม หรือแม้กระทั่ง พืชสวนครัวเช่นโหระพามันก็ช่วยเพิ่มมิติได้”

แนะนำร้านอาหารที่ลอนดอน

ตามประสาคนช่างกิน ที่มักไปลองอาหารตามที่ ต่างๆ อยู่เสมอ เราจึงขอให้เขาแนะนำร้านอาหาร ในลอนดอนที่น่าสนใจ

“ลอนดอนหรอครับ ตอนนี้ชอบกินร้านชื่อว่า LURRA เป็นร้านอาหารสเปน แล้วเขามีวัวสเปน ทำเป็นสเต๊ก แต่เป็นวัวที่อายุมาก เนื้อก็เหนียวนะ แต่รสชาติมันเยอะ มันเข้มข้น นอกจากเนื้อวัวก็มี ปลาที่เพิ่งจับสดๆ เวียนมาเรื่อยๆ เมนูไม่เยอะมาก แต่ของสดตลอด ของดี เวลากินก็ไม่ได้เป็นอาหาร ที่ซับซ้อน เอาไปย่างแล้วก็โรยเดรสซิ่งนิดหน่อย คือ วัตถุดิบเป็นพระเอกจริงๆ เลยชอบมาก แล้วก็ได้ ลองพวกไวน์สเปน เชอร์รี่สเปน สมัยก่อนคนจะ มองวา่ เชอรร์ ส่ี เปนจะเปน็ เครอ่ื งดม่ื ของคนแก่ แตจ่ รงิ ๆ พอไปทดลองดู มันมีที่ดรายมากจนถึงสวีตแล้วก็มี ที่อยู่ตรงกลางผสมผสานกัน จริงๆ ก็เหมือนสาเกที่ มีสาเกที่เราคุ้นเคยกัน เย็นๆ กินง่ายๆ กินตอนร้อน แต่ยังมีสาเกที่หวานเหมือนไวน์ขาว และสาเก ที่มีอายุ พอได้ไปเรียนรู้พวกนี้ก็สนใจเพราะผมชอบ เจาะลึกอยู่แล้ว ถ้าสนใจอะไรจะลงลึกไปเลย

“ถ้าบาร์ที่คลาสสิกตลอดกาลคือ อเมริกันบาร์ที่ ซาวอย แล้วก็มิร์เรอร์บาร์ของแลนด์มาร์คก็ดี (หัวเราะ) แต่ลอนดอนเป็นเมืองที่ควรจะไปลองอะไร ใหมๆ่ ถา้ จะกลบั ไปรา้ นเดมิ ทค่ี นุ้ เคยกนั ไมว่ า่ จะเปน็ พวกรอยัล ไชน่า หรือว่าลาเปอติสเมซง มันก็จะ เดมิ ๆ แตม่ นั จะมรี า้ นใหมๆ่ เกดิ ขน้ึ ตลอดเวลา อยา่ ง รุ่นพี่บางคนก่อนเดินทางไปลอนดอนก็จะถามว่าไป

‘ผมอ่านนิทานให้ลูกฟัง แล้วก็เล่นเกมกับเขา แล้วก็พยายามให้เขาใช้ชีวิต แบบอินเทอร์แอ็กกัน พูดกันจริงๆ ไม่ใช่นั่งดูมือถือ’

‘ผมว่าความสมดุล ทุกๆ เรื่อง มันจะไม่มีด้านเดียว มีสองสามสี่ ด้าน แต่ทำอะไรก็ตามต้องทำให้ มันพอดี ผมว่าเป็นสิ่งที่ไม่ง่าย แต่เป็นจุดที่สำคัญที่สุด’

ร้านไหนดี เขาส่งลิสต์มาให้ดูก่อน ซึ่งเป็นร้านเดิมๆ ทั้งนั้น ผมว่าอย่างน้อยควรจะครึ่งๆ ไปกินร้านเดิม ครง่ึ หนง่ึ อกี ครง่ึ หนง่ึ ผมกแ็ นะนำรา้ นใหมๆ่ ให”้

การแบ่งเวลาให้ครอบครัว

คุณทศพรสมรสกับคุณธีร์พร พร้อมพันธุ์ และมี

ลูกในวัยน่ารัก 2 คนแล้ว

“เราพยายามจัดเวลาให้มันสมดุลเท่าที่จะทำได้ ก็ดีที่อู๋ทำงานให้ครอบครัวเขาเหมือนกัน เวลาลูก เรียนเสร็จก็ให้คนขับรถพาลูกไปออฟฟิศ แต่อู๋เขาก็ ทำงานหนัก ลูกโตขึ้นแล้วระดับหนึ่งเข้าโรงเรียน อนุบาลก็ช่วยได้เยอะ เราจะพยายามไม่ให้ลูกๆ อยู่ แต่กับพี่เลี้ยง อู๋เขาบริหารเวลาเก่ง เขาทำให้ผมมี วินัยมากขึ้นด้วย แต่ถ้าเรามีอะไรสำคัญเขาก็เข้าใจ แม้กระทั่งตัวเขาเองมีอะไรสำคัญเราก็บอกว่า ไปเลยเดี๋ยวดูให้ สลับกัน คือจะพยายามใช้ การสื่อสารเข้าช่วย ผมว่าปัญหาหลายอย่างที่มี ไม่ว่าที่ไหนก็ตามมันเกิดขึ้นจากการที่ไม่ได้สื่อสาร แม้กระทั่งภายในครอบครัว อันนี้หนักเลย ต้องคุย กันตลอดเวลา

“ช่วงเวลาดีที่สุด คือไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน ทั้งครอบครัว เราพยายามจะไปให้มากเท่าที่จะมาก ได้ แต่ก็ไม่บ่อยครับ เพราะมีภาระหน้าที่เยอะ ลูกก็ เรียนหนังสือ ก็พยายามจะให้ลงล็อกช่วงที่เขาหยุด พอดี อยากเลี้ยงเขาให้ดี อยากมีเวลาให้เขาเท่าที่ จะให้ได้ ถ้ามีน้อยก็เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ เราก็พยายามทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งเราไม่ได้ อยู่กับเขาตลอดเวลา คุณภาพของโรงเรียนก็เป็น ตัวช่วยลดความเสี่ยงที่เด็กจะดีหรือไม่ดีได้”

ตงั้ ใจจะสง่ ลกู ไปเรยี นตา่ งประเทศตงั้ แตเ่ ดก็ ๆ ไหม

“อยากจะส่งไปนะครับ เพราะทั้งผมและอู๋คือ แพตเทิร์นเดียวกัน อู๋จบป.4 ผมจบป.6 แล้วไปเรียน ต่างประเทศ เอนจอยชีวิตที่นู่นทั้งคู่ เอนจอยการ เรียน ก็อยากให้ลูกได้ไปแบบเรา แต่ถ้าถึงวันนั้น แล้วเขาไม่อยากไปก็ค่อยว่ากัน ผมชอบสร้างความ อิสระให้กับลูก

“ผมอ่านนิทานให้ลูกฟังแล้วก็เล่นเกมกับเขา รู้สึกโชคดีที่ลูกแข็งแรง ก็หวังว่าเขาจะแข็งแรงต่อๆ ไป แล้วก็พยายามให้เขาใช้ชีวิตแบบอินเทอร์แอ็ก กัน พูดกันจริงๆ ไม่ใช่นั่งดูมือถือ ก็จะอิงการละเล่น สมัยก่อน อิงกิจกรรมร่วมกันมากกว่า ซึ่งเรื่องแบบ นี้คนสมัยนี้อาจจะขาดการปฏิบัติในเชิงนี้ไป บางที คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง เขียนอีเมลหากันเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง การโต้ตอบระหว่างกันน้อย”

คิดว่ามาถึงจุดที่พอใจหรือยัง

“อืม ยังไม่เชิงพอใจ แต่รู้ตัวว่ามาถูกทาง เรามี ทั้งความล้มเหลว ความสำเร็จ พอมองกลับไป อะไรที่ล้มเหลวเราก็พยายามเรียนรู้จากมัน เรื่อง ความผิดพลาดทั้งเล็กและใหญ่ สิ่งที่ทำแล้วเป็น ผลิตผลก็เก็บไว้กับตัวเอง ให้เป็นสิ่งที่เรามองกลับ ไปแล้วภูมิใจกับมันได้แล้วก็พยายามทำต่อๆ ไป ทำให้ดีต่อๆ ไป

“งานหลักของผมคือทำให้ที่นี่มันเปิดให้ได้ มันก็เหมือนยกภูเขาออกจากอกไปได้ แต่ด้วย ความที่เราผ่านโปรเจกต์นี้มา ถือเป็นครูสอนที่ดีมาก ผมมองกลับไป อย่างฝรั่งจะบอกว่าจับโยนลง สระลึกไปเลย แต่ผมว่าที่นี่เหมือนโดนถีบลงเหว มากกว่า (หัวเราะ) กว่าจะขึ้นมาได้สาหัสเหมือนกัน เพราะเจอปัญหารอบด้าน แต่ด้วยมีทีมงานรอบข้าง ช่วยกันทำจนสำเร็จ พนักงานมีทั้งคนใหม่คนเก่า คนใหม่บางคนแรกๆ เข้ามาเราอาจมองว่าคนนี้ดีกว่า คนเก่าเยอะ แต่บางทีก็สู้ประสบการณ์คนเก่าไม่ได้ เขาเห็นอะไรมาเยอะกว่า มันก็สอนให้เรารู้ว่าคนหรือ ของใหม่กว่า แรงกว่าอาจไม่ได้ดีเท่าของเก่าที่มั่นคง มีประสบการณ์”

มีบทเรียนอะไรที่เราได้เรียนรู้ที่สำคัญที่สุด

“ผมว่าความสมดุล ทุกๆ เรื่องมันจะไม่มีด้านเดียว มีสองสามสี่ด้าน แต่ทำอะไรก็ตามต้องทำให้มันพอดี ผมว่าเป็นสิ่งที่ไม่ง่ายแต่เป็นจุดที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้ อะไรที่เราทำก็แล้วแต่มันยั่งยืนมั่นคง แล้วก็อยู่ได้อย่าง จีรัง บาลานซ์เนี่ยยาก บาลานซ์ของผมอาจไม่เหมือน คนอื่น ซึ่งตรงนั้นก็ต้องมาบาลานซ์อีกทีหนึ่ง (หัวเราะ) อันนี้ผมว่าหนักหนาสุดเลย แต่ก็ต้องอดทนแล้วก็ ต้องเป็นคนมีคุณธรรม ทำอะไรต้องให้เกียรติผู้อื่น ไม่เอาเปรียบใคร สุดท้ายมันก็กลับมาที่ความสมดุล จะไม่ทำอะไรเลยให้เขาเอาเปรียบอยู่ได้ก็ไม่ใช่”

(ซ้าย) คุณทศพร กับคุณธีร์พร พร้อมพันธุ์ ภรรยา และลูกทั้งสอง ที่มักใช้เวลา ค ร อ บ ค รั ว ร่ ว ม กั น ไ ด้ ดี ที่ สุ ด ย า ม ไ ป ต่ า ง ประเทศ (ล่าง) คุณทศพร ติดตามคุณพ่อ จตุพร สิหนาทกถากุล เป็นเวลากว่าสิบปี อย่างใกล้ชิดเพื่อสืบทอดวิชา ในภาพคณะ ดูแลการก่อสร้าง Royal Lancaster London (บน) ภายในล็อบบี้โรงแรม แลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ ที่ตกแต่งโดย สะท้อนความเป็นไทย

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.