ณพาภรณ์ โพธิรัตนังกูร ผู้บริหารเจเนอเรชั่น 4 ขับเคลื่อนศักราชใหม่ของอาณาจักรนายเลิศ กรุ๊ป

ขับเคลื่อนศักราชใหม่ ของอาณาจักรนายเลิศ กรุ๊ป

Hello! (Thailand) - - NSIDE -

พนื้ ทหี่ ลากมติ ใิ จกลางกรงุ

“ปาร์คนายเลิศมีประวัติศาสตร์ยาวนานเป็นร้อยปี ถ้าเล็กไม่สานต่อคงโง่มาก” คุณน้องเล็กสาวสังคมสุด เปรี้ยวที่ได้ชื่อว่าเป็นคนตรงไปตรงมา กล่าวขึ้นพร้อม ส่งยิ้มให้ ขณะมองดูกิ่งก้านสาขาของต้นจามจุรียักษ์ที่ พระยาภกั ดนี รเศรษฐ ผเู้ ปน็ ทวดลงมอื ปลกู ในศตวรรษ ก่อน

“เล็กมีหน้าที่ทำให้ปาร์คนายเลิศเป็นมากกว่าชื่อ ของสถานที่ เล็กต้องการให้ปาร์คนายเลิศเป็นแบรนด์ ที่ทั้งคนไทยและต่างชาติรู้จัก ให้เขารู้ว่าเราคือใคร เขา จะได้อะไรเมื่อเข้ามาสัมผัสเรา คนยุคนี้ต้องการเสพ เรื่องราว ต้องการได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ในชีวิต การจัดงานเลี้ยงในโอกาสต่างๆ ก็เช่นกันค่ะ ในอดีต คนนิยมใช้แต่ห้องประชุม ห้องบอลรูมของโรงแรม แต่ ในปัจจุบัน สถานที่ที่มีเอกลักษณ์ มีเรื่องราวเฉพาะตัว ต่างก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับการ จัดเลี้ยงในพื้นที่ของปาร์คนายเลิศ เราได้รับเสียง ตอบรับที่ดีมากจากองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวของบรรพบุรุษ สถานที่ และข้าวของสะสม ที่มีมากว่า 100 ปี และด้วยโลเคชั่นในเมือง พร้อม ธรรมชาติที่งดงามและร่มรื่น” คุณน้องเล็กวิเคราะห์ถึง แม่เหล็กที่ทำให้ธุรกิจบริการสถานที่ของปาร์คนายเลิศ ประสบความสำเร็จ

พื้นที่จัดเลี้ยงของอาณาจักรปาร์คนายเลิศสามารถ รองรับผู้ร่วมงานได้หลากหลายสเกล ไม่ว่าจะเป็นแบบ ไพรเวต 2 คน หรอื งานจดั เลย้ี งขนาดใหญท่ ม่ี แี ขกเหรอ่ื สูงสุดถึง 2,000 คน

“เรามีพื้นที่ถึง 20 ไร่ สามารถรองรับการจัดงานได้ หลากหลาย นอกเหนือจากร้านอาหารและเรือนไม้สัก โบราณแล้ว เรายังมี The Lawn with Marquee กระโจมเอาต์์ดอร์ขนาดใหญ่ The Glass House เรือน กระจกมัลติฟังก์ชั่นที่รองรับแขกได้ 250 - 300 คน รวม ถึง Igloo โดมใสสไตล์โมเดิร์น ที่จุได้มากที่สุด 4 คน ด้วยเพราะเล็กมีโอกาสเดินทางเยอะ ชอบเปิดหูเปิด ตา เห็นอะไรที่เก๋แล้วเข้ากับความเป็นปาร์คนายเลิศ ได้ ก็เอามาเติมอยู่เรื่อยๆ อย่างต้นแบบของ Igloo หรือ กระท่อมน้ำแข็งของชาวเอสกิโม เล็กเห็นจากร้าน อาหารที่อังกฤษ เขาติดตั้งด้วยพลาสติกใส แต่เล็กเอา มาต่อยอดให้เป็นกระจกเพราะเมืองไทยอากาศร้อน และมียุง

“Igloo เป็นโครงสร้างที่เคลื่อนย้ายไปตามมุมต่างๆ ของปารค์ นายเลศิ ได้ ตามความตอ้ งการของลกู คา้ เลย ค่ะ จึงเหมาะกับหลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการประชุม เจรจาธรุ กจิ ดนิ เนอร์ ขอแตง่ งาน ฯลฯ ลกู คา้ จะไดช้ ม ววิ สวยๆ ในบรรยากาศสว่ นตวั ทเ่ี ลอื กเอง ไมต่ อ้ งจำเจ อยใู่ น Private Room รปู แบบเดมิ ๆ อกี ตอ่ ไป”

นอกจากให้บริการด้านสถานที่ คุณน้องเล็กยัง สานต่อความเชี่ยวชาญด้านการจัดเลี้ยงระดับโรงแรม 5 ดาว ทั้งในและนอกสถานที่ผ่านธุรกิจ White Bus Catering เพื่อรำลึกถึงกิจการรถเมล์ขาวของนายเลิศ ผู้เป็นคุณทวด

“หลังขายกิจการโรงแรมสวิสโฮเต็ลปาร์คนายเลิศ เล็กได้ชวนทีมจัดเลี้ยงเดิมมาทำสิ่งที่เขาโปรอยู่แล้ว เพื่อตอบโจทย์ของลูกค้าที่หลากหลาย เรามั่นใจใน ประสบการณ์ด้านการจัดเลี้ยงอาหารที่มีให้เลือกถึง 4 สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นไทย จีน ฝรั่ง ญี่ปุ่น รวมถึง ขนมหวาน พร้อมพนักงานที่สามารถให้บริการอย่าง สุภาพในยูนิฟอร์มที่สง่างามถึง 8 แบบ และเรามี แพลนที่จะออกแบบชุดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต” สาว เอ-ลิสต์อดีตศิษย์เก่า The Parson School of Design ตบท้ายถึงแพสชั่นด้านเสื้อผ้าของเธอ

งานดอกไมร้ ะดบั เอเชยี

เมอ่ื ตน้ ปที ผ่ี า่ นมา หลายทา่ นคงไดร้ ว่ มเปน็ สกั ขพี ยาน ความสำเร็จของ ‘งานดอกไม้กลางแจ้ง’ ครั้งแรกของ ปารค์ นายเลศิ หรอื Nai Lert Flower & Garden Art Fair ซง่ึ มคี ณุ นอ้ งเลก็ เปน็ แมท่ พั ของงาน

“ปาร์คนายเลิศเป็นเหมือน One Stop Service เพราะเรามีทั้งสถานที่ อาหาร และบริการ รวมถึงการ จัดตกแต่งสถานที่ด้วยดอกไม้ เรามีชื่อเสียงด้านนี้มา อย่างยาวนาน นับตั้งแต่ พ.ศ. 2529 ที่จัดงานดอกไม้ เป็นครั้งแรกของประเทศ โดยผู้ริเริ่มในตอนนั้นคือ ท่านผ้หู ญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ แม้โรงแรมแห่งเดิมที่ใช้ จัดงานมาอย่างต่อเนื่องจะมีการเปลี่ยนมือไปแล้ว แต่ เลก็ กย็ งั คงอยากทจ่ี ะสบื สานสง่ิ ทค่ี ณุ ยายไดส้ รา้ งเอาไว้ จงึ นำมาสงู่ านดอกไมก้ ลางแจง้ บรเิ วณหนา้ เรอื นไมส้ กั ของคณุ ทวดเมอ่ื เดอื นกมุ ภาพนั ธท์ ผ่ี า่ นมาคะ่

“เวลาจะเข้าบ้านใครก็ต้องเจอพรมก่อนใช่มั้ยคะ นี่ จึงเป็นที่มาของพรมดอกไม้ขนาดมหึมาบริเวณสนาม หญ้าหน้าบ้านคุณทวด ซึ่งเล็กต้องการให้เป็นพรม ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย จะว่าไปก็เหมือนหาเรื่อง ให้ตัวเองนะ เพราะการทำงานมีเวลาเพียงแค่หนึ่งคืน ล่วงหน้า เล็กต้องใช้ทีมงานถึง 380 คน ในการทำงาน กับกลีบดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็นทีมเด็ด ทีมแช่ ทีมโรย ทีมโปรย ทีมพับ” นัยน์ตาของเธอเปล่งประกาย เมื่อ เล่าถึงความท้าทายในการประดิษฐ์พรมดอกไม้ขนาด 575 ตารางเมตร เป็นครั้งแรก

สำหรับงานครั้งต่อไปซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 นั้น คุณน้องเล็กได้เผยธีม การจัดงานโดยชูคอนเซปต์ของความสนุกสนานในรูป แบบ Floral Carnival “เราเตรียมการล่วงหน้าหนึ่งปีเลย ค่ะ พอเสร็จจากครั้งแรก เล็กให้ทีมงานพักสองอาทิตย์ แล้วมาคุยงานครั้งใหม่ทันที เพิ่มวันจัดงานเป็น 4 วัน จากเดิมที่มีแค่ 3 วัน

“ครั้งแรกนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาดค่ะ จริงๆ เล็กคิดว่าน่าจะมีคนเข้าชมงานประมาณ 3,000 คน ปรากฏว่ายอดซื้อตั๋วพุ่งไปกว่า 9,000 ใบ งานนี้ ต้องยกเครดิตให้ทีมพีอาร์และพาร์ตเนอร์ทุกราย ที่ สำคัญคือ การที่ปาร์คนายเลิศสามารถจัดงานดอกไม้ มาได้กว่า 30 ปี ก็เพราะเรามีพาร์ตเนอร์ที่ดีทั้งภาครัฐ และเอกชนซึ่งคอยให้การสนับสนุนด้วยมองว่านี่คือ งานระดับประเทศ”

สำหรับไฮไลต์ของงานดอกไม้ประจำปี พ.ศ. 2562 นอกจากจะมีพรมดอกไม้สุดตระการตาเป็นเซอร์ไพรส์ แล้ว ผู้เข้าชมจะได้พบกับเมนูดอกไม้ทานได้ พวง มาลัยร่วมสมัย ประติมากรรมดอกไม้กว่า 20 จุด โคม ระย้าดอกไม้ การแข่งขันจัดสวนดอกไม้ รวมถึงตลาด นัดศิลปะ ตลาดนัดเสื้อผ้า และเครื่องประดับ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีเวิร์กช็อปดีๆ ที่แสนเพลิดเพลิน เช่น การทำเครื่องดื่มจากดอกไม้ ผ้าพันคอทอลายดอก น้ำหอมกลิ่นดอกไม้สำหรับเครื่องประดับ ฯลฯ โดย รายได้ทั้งหมดจากการจัดงาน ปาร์คนายเลิศวางแผน บริจาคเพื่อช่วยเหลือองค์กรการกุศลในลำดับถัดไป

“เล็กจะทำให้งานดอกไม้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เราจะแข่ง กับตัวเอง เพราะเป้าหมายคือการทำให้ Nai Lert Flower & Garden Art Fair เป็นงานดอกไม้ที่สำคัญ ทส่ี ดุ ของเอเชยี ” คณุ นอ้ งเลก็ กลา่ วดว้ ยความมงุ่ มน่ั ตน้ ทางบคุ ลากรระดบั ทอ็ ป

คุณน้องเล็กเผยต่อว่า ธุรกิจแรกที่เธอริเริ่มด้วย

‘เล็กมีหน้าที่ทำให้ ปาร์คนายเลิศเป็น มากกว่าชื่อของสถานที่ เล็กต้องการให้ ปาร์คนายเลิศเป็นแบรนด์ ที่ทั้งคนไทยและต่างชาติ รู้จัก ให้เขารู้ว่าเราคือใคร เขาจะได้อะไรเมื่อเข้ามา สัมผัสเรา’

ตัวเองภายใต้ร่มเงาของนายเลิศ กรุ๊ปก็คือ Nai Lert Butler สถาบันฝึกอบรมการให้บริการระดับสูงแห่ง แรกและแห่งเดียวของประเทศไทย

“เล็กร่วมทุนกับ The British Butler Institute ประเทศอังกฤษ ที่มี มร.แกรี่ วิลเลียมส์ (Mr.gary Williams) เป็นผู้ก่อตั้ง ท่านมีประสบการณ์ด้านนี้ มาอย่างยาวนาน และเคยเป็นบัตเลอร์ให้กับผู้มี ชื่อเสียงระดับโลกหลายท่าน เช่น สมาชิกราชวงศ์ เวลส์ นางมาร์กาเร็ต แธตเชอร์ อดีตนายกรัฐมนตรี อังกฤษ เซเลบริตี้ตัวท็อป รวมถึงมหาเศรษฐีระดับ โลก ความพิเศษคือคุณแกรี่จะเดินทางมาสอน นักเรียนไทยด้วยตัวเอง โดยเล็กได้ให้โจทย์ไปว่า หลักสูตรของ Nai Lert Butler ต้องมีการสอดแทรก มารยาทไทยบางอย่างเข้าไปด้วย เพราะคนไทยมี วัฒนธรรมการไหว้ การนั่งพื้น การก้มตัวเวลาเดิน ผ่านผู้อาวุโส รวมถึงไม่เชคแฮนด์ ไม่เล่นศีรษะ เป็นต้น”

Nai Lert Butler เปิดอบรมทั้งสิ้น 4 หลักสูตร ใช้ เวลาเรียน 2 - 5 วัน ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่ผู้เรียน สนใจ ไม่เพียงมีการเรียนการสอนด้านทักษะ บัตเลอร์ หากแต่ยังมีหลักสูตรสำหรับงานแม่บ้าน และมารยาทการบริการระดับสูง นับจนถึงปัจจุบัน Nai Lert Butler ผลิตบุคลากรคุณภาพด้านการให้ บริการระดับไฮเอนด์ไปแล้ว 90 ชีวิต

“เงินเดือนบัตเลอร์สูงมากนะคะ ไม่ว่าในเอเชีย หรือยุโรป ขั้นต่ำสตาร์ทที่เดือนละ 30,000 - 40,000 บาท ถ้าขึ้นระดับมาสเตอร์ก็สูงถึงเดือนละ 150,000 - 200,000 บาท ยิ่งสมัยนี้ ธุรกิจลักซ์ชัวรีในประเทศ ไทยเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่สถานที่สวยอย่างเดียว ไม่ตอบโจทย์ เล็กจึงเสนอตัวทำหน้าที่สร้าง ซอฟต์แวร์ที่ดีเพื่อรองรับฮาร์ดแวร์ที่เจ้าของธุรกิจได้ สร้างไว้อย่างงดงาม ซึ่งซอฟแวร์ที่ว่าก็คือบุคลากร

“ตอนนท้ี กุ ธรุ กจิ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั VIP ไมว่ า่ จะเปน็ โรงแรม ร้านอาหาร ธนาคาร โรงหนัง เรือยอชต์ สายการบิน คอนโดหรู คฤหาสน์ ฯลฯ ต่างก็ รีเควสต์บัตเลอร์กันมาหมด เล็กเองรู้สึกภูมิใจที่มี ส่วนช่วยในหลายกลุ่มธุรกิจ ถึงเวลาแล้วค่ะที่ผู้ ประกอบการควรร่วมมือกันเพื่อให้ลูกค้าเกิด Brand Loyalty และกลบั มาใชบ้ รกิ ารธรุ กจิ ของคณุ ซำ้ ”

วถิ กี นิ ทแี่ สนรวยสขุ

การกินเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนบ้านปาร์คนาย เลิศ ด้วยกิตติศัพท์ด้านรสมือของคุณหญิงสิน ภรรยาของนายเลิศ ตลอดจนประสบการณ์ด้าน อาหารที่สั่งสมมาเมื่อครั้งดำเนินกิจการโรงแรม 5 ดาว พื้นที่แห่งนี้จึงกลายเป็นจุดพบปะสังสรรค์ของ ผู้คนที่ให้ความสำคัญกับวิถีการกินมาตั้งแต่ครั้ง

อดีตจนถึงปัจจุบัน

“เล็กไม่ใช่คนที่มี Business Plan ค่ะว่าทุกกี่เดือน ต้องออกเมนูใหม่ แต่ถ้าได้ไปลองอาหารที่ไหนมาและ คิดว่าคนไทยน่าจะชอบ ก็จะให้ทีมเชฟเก่าแก่ที่อยู่กัน มาตั้งแต่สมัยโรงแรมลองทำดู ถ้าชิมแล้วทุกคนเห็นว่า อร่อยก็จะใส่เข้ามาในเมนูของทางร้าน”

ปัจจุบัน ภายในอาณาบริเวณของปาร์คนายเลิศมี ร้านอาหารอยู่ 2 แห่ง 2 สไตล์ เริ่มจาก Ma Maison ที่ นำเสนออาหารไทยในแบบฉบับที่นายเลิศและ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ สมบัติศิริ ผู้เป็นบุตรสาว ได้รับ ประทานอยู่เป็นประจำ รวมถึงอาหารไทยบางเมนูที่ หาทานได้ยาก “เราเน้นอาหารบ้านๆ ที่ไม่วิริศมาหรา แต่รับประทานแล้วอิ่มจริงอร่อยจริงค่ะ อย่าง แกง ขี้เหล็ก ห่อหมกข้าว ห่อหมกปลา หมี่กรอบต้มยำ หลายๆ สูตร คุณหญิงสินเป็นผู้คิดค้นและเป็นเจ้าของ ตำรับ” ทายาทสาวรุ่น 4 เล่าให้ทีมงานเห็นภาพ

อีกร้านที่อยู่ติดกันคือ Lady L Garden Bistro ร้าน อาหารตะวันตกสไตล์ Home-cooked ซึ่งตกแต่งใน บรรยากาศเรียบโก้ตามแบบฉบับท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ บุตรสาวของนายเลิศ

“แรกเริ่มเล็กอยากทำแค่ร้านอาหารไทย เพราะเรา มีบ้านโบราณเป็นศูนย์กลาง แต่พอเปิดไปนานๆ คนเริ่มถามถึงอาหารฝรั่ง เพราะรู้ว่าบ้านเล็กเองก็ เชี่ยวชาญในด้านนี้ บางคนถามหาว่ามี Beef Wellington ไหม แล้ว Roasted Beef ล่ะ คงเป็นเพราะ คิดถึงเมนูขึ้นชื่อของร้าน Ma Maison แห่งเดิมของ คุณตา” คุณน้องเล็กเท้าความถึง Ma Maison ห้อง อาหารฝรั่งเศสชื่อดังที่คุณพินิจ สมบัติศิริ สามีของ ท่านผู้หญิงเลอศักดิ์ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นในโรงแรมฮิลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล ปาร์คนายเลิศ เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ด้วยเหตุว่าท่านเป็นนักชิมตัวยงคนหนึ่งของเมืองไทย และถือคติที่ว่า ‘อิ่มตายดีกว่าหิวตาย’

“เล็กไม่เคยฟังอะไรผ่านๆ อยู่แล้ว พอเอาความ ต้องการของลูกค้ามาคิดทบทวนดู ก็เห็นว่าน่าจะดีถ้า เราเอาสิ่งที่ชำนาญกลับมาอีกครั้ง ทีแรกคุณแม่เสนอ ว่าให้ร้าน Ma Maison ในปัจจุบันขายอาหารฝรั่งด้วย แต่เล็กมองว่ามันอาจดูไม่ดี ถ้าโต๊ะหนึ่งกำลังรับ ประทานห่อหมก แต่อีกโต๊ะกำลังละเลียด Afternoon Tea เราเลยตัดสินใจสร้างร้านใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งร้าน สำหรับเสิร์ฟอาหารเวสเทิร์นโดยเฉพาะ

“และคืนหนึ่งในช่วงที่กำลังก่อสร้างร้านกันอยู่ เล็ก ก็ฝันว่าคุณยายอยากกินไก่อบ” คุณน้องเล็กเล่าถึง ความเชื่อ ซึ่งกลายเป็นที่มาของคอนเซปต์ร้านใหม่ “พอตื่นขึ้นมา ระหว่างวันที่นั่งคิดชื่อเมนูอยู่ จู่ๆ เล็กก็ ตัดสินใจว่า เอาละ เราทำร้านนี้เพื่อเป็นการระลึกถึง คุณยายดีกว่า เริ่มจากชื่อร้าน Lady L ซึ่งตัวแอลย่อมา จากชื่อเลอศักดิ์ ไม่ใช่ชื่อเล็กนะ กลัวคนเข้าใจผิด รวม ถึงการสอดแทรกเรื่องราวและไลฟ์สไตล์ต่างๆ ของ คุณยาย ไม่ว่าจะเป็นภาพเหมือน เมนูไก่อบซึ่งเสิร์ฟ ทั้งตัวตามสไตล์คนบ้านนี้ รวมถึงผ้าเช็ดปากที่ต้อง เป็นผ้าลินิน เพราะคุณยายชอบ แต่ลำบากแม่บ้าน เพราะบอบบาง ซักยาก และราคาแพง”

Lady L Garden Bistro มอบบรรยากาศผ่อนคลาย ใน 2 รูปแบบด้วยกันคือ ส่วนของห้องอาหารที่ตกแต่ง ในสไตล์ยุโรปด้วยโทนสีขาว-ทองตัดกับพื้นหินอ่อนสี ขาว-ดำ ในขณะที่อีกโซนใช้โครงสร้างเพดานสูงโปร่ง เปิดรับแสงธรรมชาติอ่อนละมุนด้วยหลังคากระจก ให้ ความผ่อนคลายเสมือนนั่งอยู่กลางสวนสวยด้วยการ ประดับเฟิร์นระย้า

“ห้องอาหารในไทยควรมี Private Room ค่ะ เล็ก คิดแค่นี้” คุณน้องเล็กเล่าไปพลาง ระหว่างพาทีมงาน ไปยังห้องเสือดาวซึ่งอยู่ด้านบนของ Lady L Garden Bistro “ที่ร้าน Ma Maison เลยมี Private Room 2 ห้อง คือห้องผีเสื้อกับห้องนกยูง ส่วน Lady L มีห้องเสือดาว ห้องนี้” เธอเล่าต่อก่อนโพสท่าถ่ายแบบอย่างมืออาชีพ

“เรื่องการออกแบบและตกแต่งสถานที่ในปาร์ค นายเลิศทั้งหมด คุณแม่เป็นคนคิดเป็นคนทำค่ะ เล็ก ไม่ยุ่งเลย เพราะคุณแม่เทสต์ดีมากๆ อย่างห้อง เสือดาว คุณแม่เริ่มจากโต๊ะไม้ตัวเก่าของคุณยาย ซึ่ง รองรับได้16 ที่นั่งและเหมาะกับขนาดของห้องพอดี โต๊ะตัวนี้เลยกลายเป็นประธาน แล้วการตกแต่งที่เหลือ จึงค่อยตามมา

“ใครมาปาร์คนายเลิศนี่อยู่ได้ทั้งวันจริงๆ นะ เพราะแต่ละช่วงเวลา ไม่ว่าเช้า เย็น หรือกลางคืน จะให้มู้ดไม่เหมือนกัน คุณสามารถมานั่งชิลล์นานๆ เหมือนอยู่บ้านเพื่อน พอกินข้าวเสร็จก็ไปเดินย่อยใน สวน สัมผัสความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ แล้วค่อยกลับ มาชิมขนมหวานของเราต่อ รับรองว่าเหมือนได้ใช้ชีวิต แบบสโลว์ใจกลางกรุง” คุณน้องเล็กยืนยัน

มรดกทมี่ ลี มหายใจ

นายเลิศได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาท สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน บรรดาศักดิ์เป็นพระยาภักดีนรเศรษฐ ซึ่งมีความหมาย ว่า ‘เศรษฐีผู้มีคนรัก’ เนื่องจากไม่เพียงเป็นผู้ที่

อุทิศตนเพื่อสังคม หากแต่ยังเป็นที่จดจำในฐานะผู้มี ความคิดนำสมัย ทั้งในบทบาทนักพัฒนาอสังหา ริมทรัพย์และผู้ริเริ่มธุรกิจใหม่ๆ เป็นคนแรกในประเทศ เช่น รถเมล์ เรือเมล์ โรงน้ำแข็ง น้ำหวานโซดา รถยนต์ นำเข้า อาคารพาณิชย์ที่สูงที่สุด (ต่อมาคือ ห้าง นายเลิศ) เป็นต้น

หลังใช้เวลาร่วม 3 ปี ในการบูรณะมรดกชิ้นสำคัญ ของคนไทย Nai Lert Park Heritage Home ก็พร้อมเผย ความงดงามในรูปแบบของ Living Museum หรือ พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เนื่องด้วยผสมผสานระหว่างการ ถ่ายทอดวิถีชีวิตของบรรพบุรุษในอดีต เข้ากับรูปแบบ การดำเนินชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน

“เมื่อก่อนตรงนี้เป็นห้องนอนของคุณทวดค่ะ ต่อมา คุณยายรีโนเวตให้เป็นห้องรับประทานอาหารที่ใช้ รับรองแขกเหรื่อคนสำคัญ อย่าง สมาชิกราชวงศ์ ท่านทูต ข้าราชการชั้นสูง ฯลฯ แต่ปัจจุบันนอกจากมี ฟังก์ชั่นของการเป็นพิพิธภัณฑ์แล้ว เรายังเปิดเรือนไม้ และห้องรับประทานอาหารจุดนี้ให้เป็นพื้นที่จัดเลี้ยง สำหรับลูกค้าที่ต้องการกลิ่นอายแบบไทยร่วมสมัย

“จะสังเกตได้ว่า พิพิธภัณฑ์ของเราไม่มีเชือกกั้น ไม่มีป้ายห้ามแตะ ห้ามเข้า ห้ามถ่ายรูป เพราะเรามอง ว่านี่คือบ้านของเรา ที่อยากเปิดให้คนเข้ามาดู เข้ามา สัมผัสกับความสุข เข้ามาเสพมรดกของประเทศที่ยังมี ลมหายใจ”

สายเลือดนักพัฒนา

38 ปีก่อน โรงแรมฮิลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล ปาร์ค นายเลิศ ถือกำเนิดขึ้นด้วยฝีมือของ ท่านผู้หญิง เลอศักดิ์ ทายาทเพียงคนเดียวของนายเลิศ “คุณยาย เล่าว่าตอนนั้นอยากสานต่อสิ่งที่คุณทวดเคยทำเอาไว้ ค่ะ เพราะครั้งหนึ่งคุณทวดเคยเปิดกิจการโรงแรม 7 ห้องที่ย่านเจริญกรุง เป็นโรงแรมแห่งแรกที่มีเจ้าของ เป็นคนไทย”

ดีเอ็นเอแห่งการเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ นายเลศิ จะไดร้ บั การสง่ ตอ่ มาถงึ รนุ่ เหลน เมอ่ื คณุ นอ้ งเลก็ กางแผนผุดโครงการ Nai Lert Park Hotel & Residence ธุรกิจโรงแรมลักซ์ชัวรีบูทีกกว่า 50 ห้อง และลักซ์ชัวรีคอนโดกว่า 80 ห้อง ซึ่งกำลังดำเนินการ ก่อสร้างอยู่ภายในบริเวณปาร์คนายเลิศ และมี กำหนดแล้วเสร็จในอีก 3 ปี

“เพราะเล็กยังรักธุรกิจโรงแรมอยู่ค่ะ” ทายาทสาว ตอบข้อสงสัย หากใครถามว่าก่อนหน้านี้ขายกิจการ โรงแรมเดิมทำไมในเมื่อจะสร้างใหม่ในเวลาไม่นาน “ตอนนั้นเราไม่ได้ขายโรงแรมเพราะไม่อยากทำต่อ หรือทำไม่ได้นะคะ ถามว่าตอนนี้นึกเสียดายบ้างมั้ย? ถ้าตอบว่าไม่...คงโกหก เพราะเล็กเองก็เห็นที่นั่นมา ตั้งแต่เด็ก แต่เราต้องบอกกับตัวเองว่าชีวิตต้องเดิน ต่อไป อาศัยหลักการเดียวกับคุณทวดค่ะ คือขาย ธุรกิจเก่าเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ จริงๆ มันคือการ พัฒนาที่ดิน”

คุณน้องเล็กสานต่อภูมิปัญญาของคุณทวด โดย ถอดรหัสความเป็นไทยแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จากเรือนไม้โบราณหลังนี้ “เล็กต้องการดีไซน์และ ฟังก์ชั่นที่สะท้อนความเป็นไทย เพราะเราเป็นแบรนด์ ไทย ความเป็นไทยแบบปาร์คนายเลิศคือ Timeless Thai ที่เข้าได้กับทุกกาลเวลา

“เล็กให้โจทย์ชัดเจนว่า Nai Lert Park Hotel & Residence ต้องการอะไร เช่น ต้องใช้วัสดุของไทยให้

‘ปาร์คนายเลิศอาจจะ ไม่ได้สร้างอะไรที่ใหญ่ ที่สุด หรูที่สุด ทันสมัย ที่สุด แต่เราจะสร้างอะไร ที่อยู่กับประเทศไทยได้ ตลอดไป และแสดงให้ ชาวโลกเห็นว่าคนไทย เมืองไทย และแบรนด์ ไทย โดดเด่นไม่แพ้ใคร’

มากที่สุด ต้องใช้ไม้สักที่ดี ที่บ้านนายเลิศอยู่ได้เป็น ร้อยปีก็เพราะท่านใช้ของดีมาตั้งแต่แรก ที่สำคัญคือ แขกที่เข้าพักต้องรู้สึกได้ถึงความเป็นไทยในทันที ไม่ใช่เดินมาถึงล็อบบี้แล้ว แต่รู้สึกว่าเหมือนยังมาไม่ ถึงเมืองไทย

“ปาร์คนายเลิศอาจจะไม่ได้สร้างอะไรที่ใหญ่ที่สุด หรูที่สุด ทันสมัยที่สุด แต่เราจะสร้างอะไรที่อยู่กับ ประเทศไทยได้ตลอดไป และแสดงให้ชาวโลกเห็นว่า คนไทย เมืองไทย และแบรนด์ไทยโดดเด่นไม่แพ้ใคร”

บริหารใจคน

เป็นที่น่าสังเกตว่า เมื่อพ้นจากยุคนายเลิศ สาแหรกแห่งพระยาภักดีนรเศรษฐก็ถูกปกครองโดย ผู้หญิงทั้งหมด รวมถึงหัวหอกคนปัจจุบันอย่าง คุณน้องเล็ก

“คุณยายไม่ได้หมายมั่นปั้นมือให้เล็กเป็นเสาหลัก ของปาร์คนายเลิศหรอกค่ะ บ้านนี้ไม่มีใครสั่งใครได้ มีแต่สอนลูกหลานให้เป็นตัวของตัวเอง ให้อิสระแก่ กัน ภายใต้เหตุและผล โตมาพี่น้องเลยชอบอะไรต่าง กัน แต่อย่างน้อยเราก็ได้รับการปลูกฝังพื้นฐานของ การคิดดีทำดี ทั้งเพื่อตัวเองและเพื่อสังคมมาตั้งแต่ เด็ก ที่สำคัญต้องยืนด้วยขาของตัวเองให้ได้”

เมื่อถามว่าเธอมีอุปนิสัยเหมือนใครในตระกูล เธอ นิ่งคิดและตอบว่าคงเป็นส่วนผสมระหว่างท่านผู้หญิง เลอศักดิ์และคุณสัณหพิศ โพธิรัตนังกูร ผู้เป็นมารดา “เลก็ นา่ จะไดค้ วามเปน็ นกั เลงมาจากคณุ แมค่ ะ่ คณุ แม่ คือต้นแบบของการเป็นผู้ให้ ไม่ห้าวแต่ใจใหญ่ ใจ นักเลง เรียกได้ว่าขอสิบให้ร้อย ส่วนคุณยายเป็นแบบ อย่างทั้งการใช้ชีวิตและทำงาน คุณยายคบหาคน หลายระดับ ให้เกียรติคน ไม่เคยดูถูกใคร อย่างเวลา เข้าหาใคร คุณยายจะแนะนำตัวเองแบบธรรมดาๆ ว่า ‘ฉันเลอศักดิ์’ ไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นท่านผู้หญิง หรืออย่างเวลามีงานเลี้ยงที่โรงแรม ถ้าพนักงานมา เสิร์ฟน้ำคุณยายก่อน คุณยายจะบอกว่า ไม่ได้นะ เธอต้องเสิร์ฟแขกก่อน

“คุณยายพูดเสมอว่า ไม่ใช่ว่าเป็นเจ้าของแล้วจะรู้ อะไรดีที่สุด เธอต้องไปเรียนรู้เองจากการฝึกงาน จาก การเป็นลูกน้อง จากการไปล้างส้วมมาก่อน คือเล็ก ผา่ นมาหมดแลว้ (หวั เราะ) เลก็ เลยไมช่ อบดา่ พนกั งาน แต่ชอบทำให้ดู ส่วนงานไหนที่เราไม่รู้จริงๆ ก็ต้องขอ ความรู้จากเขา”

จังหวะนี้ ผู้ช่วยข้างกายคุณน้องเล็กเล่าสมทบว่า เจ้านายของเธอเป็นผู้บริหารที่เข้าถึงง่าย ปรึกษาได้ “คือเล็กว่าเล็กแมนๆ เหมือนผู้ชายในร่างผู้หญิง คิดเร็ว คิดแล้วต้องทำได้ แต่ก็ต้องดูทีมงานด้วยนะว่า เขามันไปกับเราหรือเปล่า ไม่ใช่เสนอไอเดียไปแล้ว เขาทำหน้าเหี่ยวๆ กลับมาก็จบ” คุณน้องเล็กกล่าว เสริม

“พนักงานของเล็กต้องมีศักดิ์ศรี ต้องรักในงานที่ ทำและอย่าให้ใครมาดูถูก เล็กให้ความสำคัญกับเด็ก ล้างจานมากกว่าจีเอ็มใส่สูทนะ อยากให้พนักงานทุก ระดับเข้ามาพูดคุยกับเล็กได้ เพราะเราอยู่กันเหมือน ครอบครัวมาแต่ไหนแต่ไร เกรงได้แต่อย่ากลัว” นี่เอง คงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เธอได้ใจทั้งพนักงานรุ่น เก่าสมัยคุณยายและพนักงานเลือดใหม่ที่หมุนเวียน มาฝึกปรือในอาณาจักรปาร์คนายเลิศ

“เรื่องเงินเป็นเรื่องรองสำหรับเล็กนะ เพราะสิ่งที่ เล็กต้องการมากที่สุด ก็คือการสร้างชื่อเสียงให้กับ ปาร์คนายเลิศ ถ้ารายละเอียดข้างในดี ภาพรวมก็จะ ออกมาดีเอง”

(ภาพนี้) คุณเล็กในชุดสีแดงเพลิงของ Tom Ford ที่ดูมั่นใจ ในขณะเดียวกันยังคงไว้ซึ่งความสง่างามในฐานะผู้บริหารเจเนอเรชั่นที่ 4 ของปาร์ค นายเลิศ กรุ๊ป กับเหล่าบัตเลอร์ที่ ผ่านการเจียระไนจาก Nai Lert Butler (ซ้าย) คุณเล็กนั่งอยู่ในบรรยากาศที่สบายๆ และดูอบอุ่นของร้าน Lady L Garden Bistro ร้านอาหารสไตล์ตะวันตก

(ซ้าย) บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงพิเศษที่ใช้รับรองบุคคลพิเศษระดับโลก ซึ่งห้องนี้เคยเป็นห้องรับประทานอาหารของ ครอบครัว (บนและล่าง) บริเวณเรือนรับรองที่ทางปาร์คนายเลิศใช้รับรองการจัดงานแต่งงาน งานหมั้น ซึ่งตอบโจทย์ สำหรับลูกค้าที่อยากได้บรรยากาศแบบไทย หรือบ้านไทยโบราณ

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.