THE YOUNG ACHIEVERS 2019:

ทายาทจากตร­ะกูลผู้บุกเบิกสินค้าอิตาลีในไทย มาเกือบ 60 ปี

Hello! (Thailand) - - CONTENTS -

ฟา เบเนเดทตี้ ทายาทจากตร­ะกูลผู้บุกเบิกสินค้าอิตาลีในไทยมาเกือบ 60 ปี

‘Made in Italy’ หากเห็นชื่อนี้ที่ป้ายสินค้า คนทั่วโลก เชื่อมั่นได้ในทันทีว่าเป็นของดีมีคุณภาพ ความ เชื่อมั่นนี้สั่งสมมานานหล­ายศตวรรษ ทว่าคนไทยเพิ่งได้ สัมผัสคุณภาพและควา­มละเมียดละไมของสินค้าสัญชาติ อิตาลีก็เมื่อ 57 ปีก่อนนี้เอง จากการเลือกสรรของชา­ยชาว อิตาเลียนและภริยาชาวไทย ทำให้คลอดบริษัทในนาม Italasia ที่เพิ่มคำต่อท้ายว่า Since 1962 บ่งบอกประวัติ ความเป็นมาอันยาวนาน

เมื่อถึงยุคของทายาทรุ่นที่ 3 คุณฟา เบเนเดทตี้ กล่าวว่า อิตาเลเซียแทรกซึมไปในการใช้ชีวิตของคนไทยอ­ย่างแยกไม่ ออก อิตาเลเซียอยู่ทั้งในไวน์ที่คุณดื่ม เก้าอี้ในโรงแรมที่คุณมี นัดประชุม จานกระเบื้องในร้านอาหารที่คุณพาครอบครัวไป กินข้าว กระทั่งเฟรนช์ฟรายส์จากฟาสต์ฟู้ดเจ้าดังที่คุณแอบ กินขณะพยายาม­ลดน้ำหนัก “เราจัดส่งสินค้าให้โรงแรม ร้าน อาหาร โรงเรียน สินค้าที่เรานำเข้ามามีวางขายในห้างใหญ่ๆ ทกุ แหง่ ไมว่ า่ จะไปทไ่ี หนกเ็ จอสนิ คา้ ของอติ าเลเซยี ”

ในห้องประชุมบนชั้น 30 ของอิตาเลเซีย กรุ๊ปซึ่งมองเห็น ววิ ถนนอโศกไดท้ ง้ั สาย สง่ิ แรกทส่ี ะดดุ สายตาคอื ใบประกาศ ที่รัฐบาลอิตาลีมอบยศชั้นอัศวินให้แก่ ซินญอร์โอเทลโล เบเนเดทตี้ คุณปู่ของคุณฟาซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งอิตาเลเซีย ใน ฐานะผู้เผยแผ่วัฒนธรรมอิตาลีให้ขจรขจายในป­ระเทศไทย ใกล้กันคือรูปเขียนคุณปู่และคุณย่า-จาตร โทณวณิก เบเน เดทตี้ และรูปปั้นครึ่งตัวของคุณอโดโฟ เบเนเดทตี้ ทายาท รุ่นสอง และเมื่อมองเลยไปถึงหญิงสาวที่ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสา­ยผลิตภัณฑ์อุปกรณ์โรงแรม / ร้านอาหาร แห่งอิตาเลเซีย ไม่แปลกใจที่เธอมีเค้าโครงหน้าแบบสาว ไทยผสมอิตาเลียนอย่างชัดเจน

“ความเป็นอิตาเลียนอยู่ในสายเลือดมาตลอดค่ะ” หญิงสาวชื่อสั้นๆ ว่า ฟา เกริ่น “คุณปู่ฟาเป็นชาวอิตาเลียน แท้ๆ คุณย่าเป็นคนไทย พอท่านก่อตั้งบริษัทเลยใช้ชื่อว่า อิตาเลเซีย” คุณปู่ของเธอเป็นชาวเมืองซานเรโม เมืองตาก อากาศชื่อดังแถบริเวียราในประเท­ศอิตาลีซึ่งมีเหตุให้ เดินทางมาเยี่ยมพี่ชายที่เมืองไทย จึงได้พบรักกับสาวไทยที่ หัวหิน “ความเป็นอิตาลีที่ฟาสัมผัสมาคือการให้คุณค่ากับ งานฝีมือและการให้ความสำคัญกับครอบครัว ยกตัวอย่าง ไวน์ สำหรับคนอิตาเลียนไม่ใช่แค่การดื่มกิน แต่เป็นช่วง เวลาที่ใช้ร่วมกับคนในครอบค­รัว เป็นการแสดงคว­ามอบอุ่น และความรัก เพราะคนอิตาเลียนปลูกได้ที่หลังบ้านด้วยซ้ำ อากาศที่นั่นก็เหมาะจะกินอาหารกับไวน์ค่ะ

“ฟาเห็นอิตาเลเซียมาตั้งแต่เด็ก เห็นคุณปู่ คุณย่า คุณพ่อไปดูไร่ไวน์ เราก็ไปด้วย คิดในใจว่าน่าเบื่อจัง (หัวเราะ) ตอนนั้นฟาอายุแค่ 13 คุณพ่อพาไปเที่ยวเมือง นอกกันก็ไป แต่จำได้ว่าทุกทริปจะต้องมีหนึ่งวันที่ต้องไป ดูไร่ไวน์ ไปดูโรงงานต่างๆ สำหรับเด็กคนหนึ่งก็จดจำได้ ว่าการไปดูงานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราโตขึ้นมา” เธอพูด ถึงวันวานเมื่อครั้งตัวเองยังเด็ก “แต่ก่อนหลังบ้านเราจะมี โกดังเก็บสินค้า เอาไว้เก็บเครื่องครัวชิ้นใหญ่ๆ พวกตู้เย็น ตู้แช่ของต่างๆ ฟาคิดว่าไม่ใช่เรื่องปกติที่ทุกบ้านจะมีคลัง สินค้าหลังบ้านนะคะ ตอนนั้นฟาก็ไม่ค่อยเข้าใจว่ามัน คืออะไร แต่รู้ว่ามันมีอยู่ หรือตอนเด็กๆ วันที่โรงเรียน (มาแตร์เดอี) น้ำท่วม ฟาจะได้ไปแถวสยามส­แควร์ แวะไป ร้านอิตาเลเซียที่สยามฯ ทุกวันนี้ฟาใช้ชีวิตเหมือนคุณพ่อ เดินทางไปดูไร่ไวน์และโรงงานต่างๆ แต่บริษัทเราโตขึ้น เยอะ มีพนักงาน 300 กว่าคนและนำเข้าแบรนด์สินค้ามาก ขึ้นกว่าเดิมที่แตกต่างกันออกไป ให้สอดคล้องกับตลาด ปัจจุบัน

“ความเป็นอิตาลีที่เห็นในเมืองไทยในวันนี้บางส่วนน่าจะ มาจากวิสัยทัศน์ของคุณปู่ อิตาเลเซียเป็นบริษัทแรกที่ทำ ธรุ กจิ นำเขา้ สนิ คา้ จากอติ าลเี ขา้ มาเมอื งไทย เรม่ิ จากเครอ่ื งใช้ ไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งวันแรกที่คุณปู่ทำธุรกิจนี้ เรายังไม่มีคู่แข่ง หรือตลาดด้วยซ้ำ เมื่อเกือบ 60 ปีที่แล้ว สินค้าที่ทำภายใน ประเทศไทยแ­ละสินค้านำเข้าจากต่างประเทศแต­กต่างกัน มากนะคะในเ­รื่องคุณภาพและดีไซน์ สินค้าที่คุณปู่นำเข้ามา เป็นของแปลกให­ม่มาก โรงแรมทุกแห่งก็ไว้ใจเลือกใช้สินค้า ทเ่ี รานำเขา้ มา ลองถามคนรนุ่ พอ่ แมจ่ ะรจู้ กั บรษิ ทั เราดี เพราะ เราทำธรุ กจิ นำเขา้ มาตง้ั แตย่ คุ 1960s แลว้ คะ่ ”

สมัยผู้ก่อตั้งคือการบุกเบิก ยุคทายาทรุ่นที่ 2 คือการสาน ต่อและขยายอา­ณาจักร ยุคที่ 3 นี้เองที่คนทำธุรกิจบอกว่า เป็นจุดล่อแหลมที่สุดว่าทายาทรุ่นที่ 3 นี้จะประคับประคอง อาณาจักรที่คนรุ่นพ่อแม่ทำมาได้อย่างไร ท่ามกลางความ เปลี่ยนแปลงทางเ­ทคโนโลยีที่มาไวไปไว และผู้บริโภคที่ เปลี่ยนใจเร็วเพราะมีตัวเลือกล้นหลาม “ยุคของฟาเป็นเรื่อง ของการทำให้อิตาเลเซียสอดคล้องไปกับเทรนด์ในปัจจุบัน สินค้าที่แต่ก่อนเราเคยมี เช่น อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว วันนี้เราไม่มีแล้ว แต่เรามีแผนก Fast Food Commercial ที่ เราจัดหาอุปกรณ์ในครัวให้กับแบรนด์อาหารฟาสต์ฟู้ดอย่าง เบอร์เกอร์คิงและแมคโดนัลด์ คุณพ่อเป็นคนแรกๆ ที่นำไวน์ อิตาเลียน พาสต้า และซอสเข้ามาขาย แต่วันนี้เราไม่มี สินค้าที่มีวันหมดอายุ เพราะวิถีชีวิตคนเปลี่ยนไป คนยุคนี้ ทำพาสต้ากินเอง ไม่ซื้อพาสต้าสำเร็จรูป เขาชอบทุกอย่าง ที่เป็นงานฝีมือและต้องรู้ที่มาของทุกๆ อย่าง ไข่มาจาก ฟาร์มที่เลี้ยงไก่แบบปล่อยตามทุ่ง ไวน์ต้องมาจากไร่องุ่น ออร์แกนิก ชอบอ่านฉลากที่มีสารพัดคำศัพท์ใหม่ๆ

“ยุคคุณปู่และคุณพ่อ สมัยก่อนคนดื่มวิสกี้กัน คนที่ดื่ม ไวน์มีแค่กลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่วันนี้มองไปทางไห­นก็เห็นคน ถือแก้วไวน์ แม้แต่ร้านอาหารง่ายๆ ก็ยังมี ร้านอาหารหลา­ย แห่งจัดไวน์แพริ่งกับขนม เดี๋ยวนี้มีแบบที่จับคู่ไวน์กับกลิ่น ดอกไม้ ด้วยพื้นฐานในการทําธุรกิจเรื่องการกินดื่มและการ ใช้ชีวิตของคนมาตั้งแต่ยุคคุณปู่ เราเลยอยู่กับเทรนด์ต่างๆ มาได้โดยตลอด”

ทุกคนรับรู้ว่าเธอเป็นลูกเจ้าของ ซึ่งในหลายๆ องค์กรก็ โดนลองของกันมามิใช่น้อย แต่ละคนล้วนต้องงัดกลยุทธ์ เด็ดมาพิสูจน์ตัวเอง ทายาทสาวแห่งอิตาเลเซียกลับทำหน้า ไม่คุ้นว่าเคยผ่านช่วงเวลานั้น “ฟาไม่ได้เข้ามาในวิถีที่จะเข้า มาเปลี่ยนแปลงอะไร ฟาเคารพทุกคนที่อยู่มาก่อนเพราะ เขาก็มีความรู้ที่ฟาเองก็ไม่รู้ พนักงานเก่าแก่ของเราบางค­น เดินเข้าประตูหลังที่โรงแรมบางแ­ห่งได้สบาย เพราะไป เยี่ยมเยียนกันมานาน เขารู้จักกันดี พนักงานที่นั่นทุกคน เรียกเขาป๋า คนในวงการนี้ให้เกียรติคนที่ทำงานร่วมกันมา นาน อย่างคนที่อยู่แผนกฟาและท­ำงานที่นี่มา 40 ปี เขา สามารถโทร.สายตรงถึงผู้บริหารใหญ่ของโรงแรมร­ะดับ 5 ดาวว่าสะดวกวันไหน ผมจะเข้าไปสวัสดี ทางนั้นตอบ

‘การเปน็ ผนู้ ำทดี่ คี อื การเอาใจใส่ เขา้ ใจ และตอ้ งแน่ใจวา่ คนที่ ทำงานกบั เรา เขามาทำงาน­ทกุ วนั อยา่ งมคี วามสขุ ’

มาทันทีว่าเข้ามาวันไหนก็ได้ ฟาเลยมองว่าเราพึ่งพากัน เราเรียนรู้จากเขา เขาก็พยายามทำคว­ามเข้าใจกับเรา

“การเป็นผู้นำที่ดีฟาคิดว่าคือการใส่ใจ ความเข้าใจ และต้องแน่ใจด้วยว่าคนที่ทำงานกับเรา เขามาทำงาน ในทุกๆ วันอย่างมีความสุข เขาต้องรักนะคะ ไม่ใช่ทำไป อย่างนั้น นั่งมองนาฬิกาว่าเมื่อไหร่จะเลิกงาน วิชาที่ฟา เรียนจบมาคือจิตวิทยาองค์กร Social and Industrial Psychology จาก Northeaste­rn University สอนให้มอง บุคลากรเป็นทรัพย์สินมีค่า มองคนในทีมว่าเราต้อง พึ่งพาเขา บางครั้งต้องส่งงานลูกค้าถึงตี 1 ตี 2 ก็จะ เหนื่อยกันกว่าปกติ แต่เมื่อเรายึดในเป้าหมายและรักใน สิ่งที่ทำ ความเหน็ดเหนื่อยก็จะหายไปเยอ­ะ ทุกคนใน ทีมช่วยเหลือกันเต็มที่ เหมือนออกไปรบน­ะคะเวลาไป นำเสนองานกับลูกค้า เราทำงานกันเป็นทีม ไม่ใช่ปล่อย เป็นภาระให้ใครต้องทำคนเดียว

“ทุกคนในบริษัทมาคุยกับฟาได้ เพราะเราเป็นบริษัท ครอบครัว สมัยก่อนคุณย่ามาตั้งแต่ 8 โมง ตอนเที่ยงก็ นั่งคุยกับพนักงาน ถามไถ่ไปถึงลูกหลานว่าเป็นยังไงบ้าง เราเพิ่งจัดงานเลี้ยงพนักงาน มอบรางวัลให้คนที่อยู่กับ อิตาเลเซียมา 40 ปี มีอยู่หลายท่าน หนึ่งในนั้นอยู่แผนก ฟา มีพนักงานที่เคยขับรถให้คุณพ่อ เคยมารับฟาตอน เรียนมาแตร์เดอี มีคนจากแผนกช่าง บางคนอายุน่าจะ 78 ปีได้แล้ว แต่ยังรักที่จะทำงานอยู่ น่ายินดีนะคะ”

เธอบอกเสียงหนักแน่นว่าการทำธุรกิจของคนรุ่น ทายาท บางครั้งก็ไม่ใช่การเอาแต่จะขยับขยาย แล้วยก บทเรียนครั้งสำคัญมาเล่าสู่กันฟังว่า “เราส่งเฟอร์นิเจอร์ แบบ ready-made ให้โรงแรมอยู่แล้ว วันหนึ่งมีโอกาสได้ เจอกับพาร์ตเนอร์เป็นโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ เลยคิด ว่าทำไมเราไม่ทำเฟอร์นิเจอร์คัสตอมเมดดูบ้าง ความ ยากก็คือกว่าจะเคาะแบบ­จากดีไซเนอร์ กว่าจะส่งไปให้ โรงงานผลิต ต้องทดลองทำจ­นเก้าอี้นั่งได้จริง ต้องไป inspect โรงแรมอีก กระบวนการเ­ป็นอย่างนี้อยู่หลาย เดือนยังไม่ได้ออร์เดอร์สักชิ้นเลย มันเหนื่อยมาก แต่ถ้า ทำได้ก็เป็นอีกสเต็ปหนึ่งที่เราคิดว่าน่าจะเป็นไปได้

“ครั้งแรกที่เสนอชื่อทำเฟอร์นิเจอร์คัสตอมเมดให้ กับโรงแรม เราติด 1 ใน 2 นี่ขนาดเรายังไม่เคยทำ ทาง เจ้าของยังเรียกเราเข้าไปคุยแล้ว แต่เจออยู่หลายครั้ง ที่อีกเจ้าได้งานไป เราก็ไม่ท้อ เป็นอย่างนี้อยู่ 4 - 5 โปรเจกต์ เวลาทำอะไร­ฟามีแอตติจูดแง่บวกว่าต้อง สําเร็จได้ ครั้งแรกไม่ได้ไม่เป็นไร ครั้งที่สองเราลองใ­หม่ เราจะลองจน­กว่าเราจะได้ แต่ลองไปเรื่อยๆ จนมีวัน หนึ่ง ก่อนส่งงานให้ลูกค้า ลูกน้องฟาเริ่มเดินวนเป็น วงกลม เหมือนคนเครียดแล้วไม่รู้จะหาทางออก­ยังไง คุยด้วยแล้วเหมือนเขาไม่ได้ยินเรา แล้วลูกน้องก็ไม่ สบาย ลาป่วยไปเลยค่ะ ตัวฟาเองต้องไปบินดูโรงงาน บ่อยมาก ชีวิตเรามันหายไปกับงาน

“ฟาเลยมานั่งคิดว่ามันคุ้มกันไหมที่เราพยายามที่จะ ไปในพื้นที่ที่เราคิดว่าน่าจะเติบโตได้ แต่ถ้าเราไปถึงตรง นั้นแล้วเราจะรู้สึกภูมิใจหรือเปล่า บางทีคนเราไม่ต้องไต่ กราฟขึ้นไปเรื่อยๆ ก็ได้ แม้ว่าเราอยากจะ­ไปถึงอีกที่หนึ่ง แต่ถ้ามันทำให้ความสุขรอบตัวเราหายไป ชั่งน้ำหนัก แล้วตรงไหนสำคัญกว่ากัน ฟากลับมามองว่าลูกค้าก็ไว้ วางใจเรา ซัพพลายเออร์ก็อยากเป็นพาร์ตเนอร์ด้วย อุตสาหกรรมที่เราอยู่ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เราโฟกัสในสิ่งที่ เราทำได้ดีและทำให้ดียิ่งขึ้นดีกว่าค่ะ”

คนทั่วโลกเชื่อมั่นในแบรนด์พะยี่ห้อ Made in Italy เป็นทุนเดิม แต่ก็ไม่ใช่ว่า 3 คำนี้จะเป็นคาถาวิเศษเสก ความสำเร็จได้ ดังที่คุณฟาบอกว่าเคล็ดลับของการ

ยืนหนึ่งในธุรกิจนี้มาตั้งแต่วันแรกที่คุณปู่ก่อตั้งจนถึง ปัจจุบัน ไม่ใช่การขายของ แต่เป็นการรู้ใจลูกค้า “ถ้าเรา ใช้เวลาคุยกับลูกค้า เราจะเข้าใจว่าเขามองหาอ­ะไร เรา จะติดต่อแบรนด์ต่างๆ พยายามจะตอ­บสนองทุกสิ่งที่ ลูกค้าต้องการให้ได้มากที่สุด แต่ก็เป็นงานยาก เพราะ แต่ละแห่งมีคอนเซปต์ไม่เหมือนกันเลย”

แค่นี้ยังไม่พอ เพราะความช­อบ-ไม่ชอบ ดี-ไม่ดี ใช่ไม่ใช่ เป็นเรื่องส่วนบุคคล อย่างที่เธอเคยเจอม­ากับตัว หลายครั้ง “มีเคสที่เราเชื่อว่าแบรนด์นี้ดี สวย มันใช่ มัน ถูกต้องที่สุดแล้ว แต่สิ่งที่ฟาได้เรียนรู้คือ บางครั้งสิ่งที่เรา ชอบ ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นชอบ เราไม่ได้เป็นตัวแทนความคิด ของทุกคน เราก็เป็นแค่คนหนึ่งคน หลายครั้งที่ฟาเจอ ลูกค้าบอกว่า มันก็ดีนะ แต่มันยังไม่ใช่สิ่งที่เขามองหา แต่ก็มีเคสที่ลูกค้าเป็นเชฟชื่อดังมาที่ออฟฟิศ บอกว่าฉัน อยากได้สิ่งที่คนอื่นไม่เคยใช้ พอเราเอาแค­ตตาล็อกมา ให้เขาดู บอกว่าชิ้นนี้เหมาะกับคุณ ฉันรู้ว่าคุณไม่ชอบ เหมือนใคร เขาก็บอกว่าโอเค ซื้อเลย บางทีมันมากกว่า การเอาของไ­ปให้เขาดู แต่เราต้องเข้าใจรสนิยม ความ ชอบและความ­ต้องการของเข­าด้วย พอทำธุรกิจด้วยกัน แล้วเลยกลายเป็นเพื่อนกันไปหมดค่ะ เพราะเราใช้เวลา กันนาน พอผ่านสเต็ปรู้ใจกันแล้ว มันคือความเชื่อใจ หลังจากนั้นเขาบอกว่าอะไรก็เอามาเถอะ ฉันรู้ว่าเธอรู้ว่า ฉันต้องการอะไร นี่คือหลักในการทำงา­นที่สำคัญ”

แต่กว่าจะไปถึงขั้นเป็นคนรู้ใจของโรงแร­มและร้าน อาหารแทบทุกแห่ง อิตาเลเซียต้องผ่านด่านยาก

“เราทำงานร่วมกับโรงแรมแห่งหนึ่งที่เป็นไฮเอนด์ แต่ เขาไม่ใช้เครื่องเงิน ไม่เอาแชนเดอเ­ลียร์ อยากได้ความ หรูหราที่สอดแทรกอยู่ในวัตถุดิบของโต๊ะ วัสดุที่ใช้ทำ

‘บางทคี นเราไมต่ อ้ งไตก่ ราฟ ขนึ้ ไปเรอื่ ยๆ ก็ได้ แมว้ า่ เรา อยากจะไปถงึ อกี ทหี่ นงึ่ แตถ่ า้ ทำใหค้ วามสขุ รอบตวั เราหายไป ตอ้ งชงั่ นำ้ หนกั เอา’

ผนัง ในบรรยากาศ­ที่เดินเข้าไปแล้วไม่รู้สึกเกร็ง แบรนด์สินค้าที่เรามีเป็นแบรนด์ที่โรงแรมส่วนใหญ่ เลอื กใช้ แตเ่ ขาไมอ่ ยากเหมอื นโรงแรมอน่ื เราตโี จทย์ ว่าทุกอย่างต้องใช้งานทนทานเห­มือนโรงแรมอื่นๆ เช่น เก้าอี้หนึ่งตัวไม่ได้มีแค่คนสองคนนั่งเหมือนที่ บา้ น แตว่ นั หนง่ึ มคี นนง่ั แลว้ ลกุ 50 คน แตร่ ปู ลกั ษณ์ และความร้สู ึกต้องแตกต่าง กว่าเราจะคลิกกันก็ต้อง เปลย่ี นสนิ คา้ ใหเ้ ขาอยหู่ ลายรอบมากๆ

“อาชีพนี้เหมือนเราเป็นสไตลิสต์ที่ต้องแต่งตัวให้ คนอื่น ถ้าเราหยิบเสื้อผ้าที่ไม่ใช่เขาให้เขาใส่ ยังไง มันก็ไม่ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ฟามองเป็นเรื่องสนุก ฟามอง ว่าเหมือนเล่นเกมที่ต้องผ่านด่านยากๆ ไปให้ได้ แล้วเราจะจับทางถูก งานต่อๆ ไปจะง่ายขึ้น จนเรา ทำงานกับโรงแรมในเ­ครือเดียวกันมา 4 แห่งแล้ว”

ด้วยความเก๋าที่อยู่ในเกมนี้มานาน ทำให้อิตา เลเซียพยากรณ์และกำหนดเท­รนด์ธุรกิจโรงแรมรา้ นอาหารในเม­อื งไทยไดด้ ว้ ยซำ้ อยา่ งทค่ี ณุ ฟาบอก ว่าคอยดูไว้เถอะว่าคำสำคัญที่ทุกคนต้องเจอคือ sustainabi­lity เทรนด์รักษ์โลกสุดร้อนของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่อยากเห็นโลกร้อนมากไปกว่านี้ “เราพยายาม ผลักดันให้เรื่องนี้ไปถึงโรงแรมลักซ์ชัวรีและร้าน อาหารต่างๆ ไม่ใช่ว่าเราอยากขา­ยของอย่างเดียว เราต้องมีความรับผิดชอบในการอ­ยู่ร่วมกันด้วย นี่ เปน็ ทศิ ทางลา่ สดุ ของอติ าเลเซยี คะ่ ” คณุ ฟากลา่ ว

เธอทำงานที่อิตาเลเซียมาตั้งแต่ปี 2003 ไม่ ไถ่ถามถึงอายุแต่ถามว่า 16 ปีที่ผ่านมา ความ ทรงจำแต่หนใดที่เธอประทับใจที่สุด “วันก่อนมีคน เขียนอีเมลมาหาฟาจ­ากลักเซมเบิร์ก บอกว่าคน ที่ทำโรงแรมใน­ฝรั่งเศสแนะนำม­าว่าถ้าอยากทำ โปรเจกต์โรงแรม ให้ติดต่อคนชื่อฟาที่อิตาเลเซีย หรือตอนที่เราไปงานเท­รดแฟร์ด้าน hospitalit­y ระดับ ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี เขาก็ให้เกียรติเรามาก ด้วย ประสบการณ์ ด้วย reference ของแบรนด์ต่างๆ ที่ อยกู่ บั เรา จากทแ่ี ผนกนเ้ี คยมสี นิ คา้ แค่ 2 - 3 แบรนด์ จนมาถึงวันนี้ที่เรากลายเป็นชื่อแรกๆ ที่เจ้าของ ธุรกิจให้ความไว้วางใจ อยากร่วมงานด้วย สิ่งเหล่า นี้เป็นความภูมิใจซึ่งเราได้พิสูจน์ตัวเองมาเป็นเวลา นานแล้ว

“ย้อนกลับไปวันแรกที่ฟาเข้ามาทำงานที่อิตา เลเซีย คนจากแผนกต่างๆ มาแนะนำตัวว่าแผนก นั้นๆ ทำอะไรบ้าง ลุ้นกันว่าคุณฟาจะไปลงแ­ผนก ไหน ฟาบอกว่าจะทำแผนกนั้นที่มีผู้ชายที่ค่อนข้าง มีอายุนั่งอยู่คนเดียว และนี่ก็คือแผนกที่ฟาทำงาน อยู่ ณ วันนี้ เป็นความสำเร็จที่ฟาภูมิใจที่สุดด้วย นะคะ ฟาเลือกเข้ามาทำงานใน­แผนก Hospitalit­y หรอื แตก่ อ่ นเราเรยี กวา่ Hotel Supply ซง่ึ เปน็ แผนกท่ี เลก็ ทส่ี ดุ มคี นทำงานแคค่ นเดยี ว ฟาขอเปน็ คนท่ี 2 เพราะฟามอง­ว่าประเทศไทย­ยังมีความท้าทายใน เรื่อง hospitalit­y ซึ่งเป็นแวดวงที่สนุก ฟามองว่า อาหารทำใหค้ นมาเจอกนั ไมว่ า่ คณุ จะมาจากธรุ กจิ ไหน ทำอาชีพอะไร ทุกคนมาเจอกันที่โต๊ะอาหาร ฟารู้สึกดีมากที่เราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดภาพน่า จดจำและควา­มรสู้ กึ ดๆี ในชวี ติ ของผคู้ นค่ะ”

คณุ ฟาสวมเครอื่ งประดบั จาก คอลเลกชนั่ Panthère de Cartier

PHOTOS: ALEXSIS NC MAKE-UP: IG: @OPALFAYE_MAKEUPARTI­ST HAIR: IG: @PATTY.MAKE.UP

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.