H! PASSION:

‘พอมีสองตัวนี้ ผมหัวเราะจากข้างในได้ทุกวัน’

Hello! (Thailand) - - CONTENTS -

พงศกร เอี่ยมองค์ ‘พอมีสองตัวนี้ ผมหัวเราะจากข้างในได้ทุกวัน’

หากเบื้องบนส่ง ‘ขนมโก๋’ มาทดสอบควา­มใจแข็งที่ จะไม่เลี้ยงสุนัขขนยาวแล้วละก็ ‘ขนมถ้วยฟู’ ก็คง ถูกส่งตามลงมาทด­สอบความรักความเมตตา­ที่มนุษย์มี ให้ต่อสัตว์เลี้ยง “ทั้งสองตัวเกิดวันเดียวกัน ปีเดียวกัน แต่คนละเดือน พี่โก๋เกิดต้นปี 7 มกราคม พ.ศ. 2557 ส่วนน้องถ้วยฟูเกิดปลายปี วันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เป็นพันธุ์ปอมเมอเรเนียน ขนสีขาวสำลีเหมือนกัน”

เพียงขวบปีเดียวถ้วยฟูก็เริ่มปรากฏอากา­รเจ็บป่วย ต่างๆ ออกมา ตั้งแต่หลอดลมตีบ โรคภาวะอัณฑะ ทองแดง ที่หากปล่อยไว้เสี่ยงที่จะกลายเป็นมะเร็งได้ พอขวบครึ่งก็ผ่าเข่าข้างขวาจากโร­คลูกสะบ้าเคลื่อนที่ และที่หนักหนาคือการป่วยเป็นโรค Black Skin Disease หรือโรคขนร่วงโดยไม่รู้สาเหตุ

คุณแฮงค์เจาะจงเลือกอาหารเม็ดที่ทำจากเนื้อปลา เท่านั้น โดยผสมให้กินกับผักต้มที่หมุนเวียนชนิดไป เพิ่มปลาต้มมีทั้งแซลมอน ทูน่า และดอรี่สลับกันไป ส่วนขนมสุนัขก็ต้องใจแข็งให้กินไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่ ผสมสารกันบูด เลยเปลี่ยนของว่างยามบ่ายเป็นผลไม้ ที่ไม่หวานมาก ในช่วงแรกคุณหมอให้กินยาฮอร์โมน ไทโรสเปนทุกวัน วันละเม็ด ร่วม 2 เดือนขนถึงเริ่มกลับ มาขึ้น แต่กังวลว่ากินยามากไตจะ­พัง จึงสั่งยาทาจาก อเมริกาแต่ทาแล้วมันเยิ้มมาก เลยเปลี่ยนมาใช้ สมุนไพรไทยที่ผสมกำมะถันแทน ทาอยู่นานเกือบ 4 เดือน ขนถึงกลับมาฟูฟ่องขาวสวย แต่ผ่านไปปีกว่า อาการเดิมก็กลับมาเยือนถ้วยฟูอีกครั้ง

“ผมเหมือนคนสิ้นหวัง เจอสูตรป้าคนหนึ่งในเน็ต เป็นยาน้ำไว้กิน ส่วนยาทาต้องกล้อนขนที่หร็อมแหร็ม ออกให้หมดก่อน แล้วใช้สกอตไบรต์ขัดผิวดำๆ ให้ ถลอกจนเลือดซิบเพื่อกระตุ้นให้ขนกลับมาขึ้นใหม่” เล่าถึงตรงนี้เสียงคุณแฮงค์ขาดตอนไป พร้อมกับการ สะกดความรู้สึกที่แล่นขึ้นมาจุกอยู่ในหัวอกพ่อ “จำได้ เลยว่าถ้วยฟูสั่นมากเอามือมาเกาะแขน แล้วก็มองตา ผม เหมือนจะบอกว่า ‘ป๊าพอเถอะ’ เขาเหมือนจะ ขาดใจ เลยใช้วิธีถูเขาที ถูแขนตัวเองที เพื่อให้เขารู้ว่า ‘เราจะเจ็บไปด้วยกันนะลูก’ เขาห้อเลือดเลยนะ ทน ทำได้ 2 อาทิตย์ สุดท้ายสงสารเขา­จับใจเลยต้องเลิก และพาเขาไป­หาหมออีกที ปรากฏว่าค่าตับไม่ดีน่าจะ

เกิดจากยาน้ำที่กินเข้าไป คุณหมอจ่ายยาเมลาโท­นิน ถ้วยฟูกลับมาขนสวยอีกครั้ง แต่ 8 เดือนต่อมาก็กลับ มาร่วงใหม่อีกครั้ง โรคนี้เป็นโรคที่ไม่ได้ส่งผลกับสุขภาพ โดยรวมของห­มา เคยคิดจะปล่อยให้ร่วง เพราะไม่ว่า เขาจะเป็นยังไง ผมรักลูกไม่เปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว แต่ สังเกตว่าช่วงที่ขนร่วง ถ้าไปถ่ายรูป เขาจะไม่ยอม เลย อยากให้ถ้วยฟูกลับมามีความสุข ได้มั่นใจในตัวเอง และกลับมาขนฟูสวยอีกครั้ง ตอนนี้คุณหมอให้กิน เมลาโทนินเพิ่มเป็น 2 เม็ด ซึ่งปลอดภัยกว่ากินยาบำรุง ขนที่ขายกันเกลื่อนทางเว็บไซต์

“ขนมโก๋จะนิ่งๆ แววตาเหมือนคน เขาไม่มี พฤติกรรมอย่างที่หมาทำเลย ฉี่ยังไม่ยกขาเลย เขาชอบ ให้พี่เลี้ยงถักเปียหาง ต้องติดกิ๊บให้ด้วย (หัวเราะ) วัน ไหนกิ๊บหลุดหาย พี่โก๋ก็จะต้องเที่ยวเดินหาในบ้าน จน พี่เลี้ยงต้องเอากิ๊บตัวใหม่ไปติดให้ เขาก็จะดี๊ด๊าดีใจ ส่วนถ้วยฟู ตอนที่เขาขาเจ็บเพราะเข่าหลุด เลยไม่เดิน มากินอาหาร ผมสปอยล์ลูกว่า ‘ไม่เป็นไร หนูไม่ต้อง เดิน ป๊าอุ้มหนูได้ตลอดชีวิต’ แต่จะไม่ให้กินอาหารคนที่ มีทั้งผงชูรสและรสจัดเด็ดขาด เวลาผมกินข้าวจะมีสลัด ผักเตรียมไว้ ถ้าเขาเห็นผมกินแล้วอยากกินก็จะยื่นผัก ให้เขากิน เขาก็กินนะ เพราะคิดว่าป๊าก็กินผักเหมือน เขา (ยิ้ม) อีกอย่างที่แปลกคือทั้งสองตัวชอบให้คนพูด เพราะๆ กับเขา พี่เลี้ยงเคยเล่าให้ฟังว่า ตอนที่พาไป ขับถ่ายที่สนามหญ้าในบริเวณบ้าน แล้วต้องเช็ดก้น ทำความสะอา­ดให้ ถ้าไม่บอกเขาก่อนว่า ‘ขอเช็ดก้น หน่อยนะ’ เขาจะไม่ยอม หรือตอนเช้าทั้งสองตัวก็เลือก เสื้อผ้าเอง โดยพี่เลี้ยงจะหยิบชุดไปให้เลือก ถ้าอยากใส่ ตัวไหนก็จะดมๆ แล้วพุ่งเข้าใส่ชุดนั้น เป็นอันรู้กันว่า ‘วันนี้เลือกชุดนี้นะ’ (หัวเราะ) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชุด สีสัน เหมือนเขาจะไม่ค่อยชอบสีทึมๆ กันนะ”

คุณแฮงค์สังเกตเห็นถึงความเป็นเด็กในตัวสองขนม นี้ นั่นคือการชอบลงเ­รือเป็ดฟองน้ำมาก และก็ชอบกิน น้ำเย็น สมัยเด็กไม่ค่อยกินน้ำเลยพาไปหา­หมอ ตรวจ หาสาเหตุกันไม่เจอ สุดท้าย สังเกตว่า ทั้งคู่ชอบกินน้ำ เย็นและต้องรินใหม่ๆ ให้เห็นด้วย” อีกครั้งที่คนเป็นพ่อ หัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“ความที่ผมทำงานเยอ­ะ เมื่อก่อนถึงบ้านเหนื่อยก็ นอน บางทีต้องกินยาแก้ปวดหัวตามด้วยซ้ำ บางทีลืม หัวเราะนะ พอมีสองตัวนี้ ความเดียงสาของเขา­มาเติม ความสดใสให้ชีวิตผม ทำให้ได้หัวเราะจากข้างในทุกวัน ซึ่งดีมากเลย ทั้งตัวเราและคนร­อบข้างมีความสุข นี่เป็น ครั้งแรกที่ผมเลี้ยงหมาแล้วนอนด้วยกัน ความที่เขา ตัวเล็กเคยนอนบนอ­กผม เหมือนหัวใจเราเต้นไปด้วยกัน ความรู้สึกนี้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่เขาให้ผม

“เคยตั้งใจว่าจะไม่ให้ใครมาผูกพัน หรือก็จะไม่ยึด ติดกับอะไร เพื่อไม่ให้ใจเป็นทุกข์จากความห่วงกังวล แต่ความรักที่ผมมีให้เขาทำให้เราเปิดใจ ยึดหลักธรรมะ เลย เกิดแก่เจ็บตายเป็นสัจธรรมของชีวิต แล้วผมจะ ปล่อยเวลาแห่งความสุขตรงหน้าไปกับการกังวลถึง ความทุกข์ที่ยังมาไม่ถึงไปทำไม ผมเคยอุ้มขนมโก๋ลง จากรถตู้แล้วเขาพลิกตัวตกลงบนพื้นซีเมนต์ดังอั้ก เขา นิ่งไปแป๊บนึงแล้วก็ลุกวิ่งจู๊ดเข้าบ้านไปเลย ผมยืนช็อก แล้วบอกตัวเองว่า จะต้องมีสติกับสิ่งที่กำลังทำให้มาก กว่านี้ หรือความรู้สึกผิดที่ผมเอาสกอตไ­บรต์ขัดถ้วยฟูที่ ฝังใจผม ธรรมะช่วยให้ได้สติว่าเจตนาผมคือช่วยลูก ผม ต้องปลดปล่อยตัวเองจากควา­มรู้สึกผิดนั้นให้ได้

“ตอนยังไม่มีสองตัวนี้ เคยเห็นคุณลุงพาหมาไปอา­บ น้ำแล้วพูดกับหมาว่า ‘เดี๋ยวป๊ามานะลูก’ ผมตกใจที่เขา แทนตัวเองเป็นพ่อแบบเต็มปากเต็มคำ แต่ทุกวันนี้ผม เรียกตัวเองป๊าทุกคำกับเจ้าสองตัวนี้ (หัวเราะ) และถึง จะทำงานเยอ­ะหรืองานยุ่งขนาดไหน ทุกครั้งที่ถ้วยฟูไป หาหมอ ผมต้องพาไปเอง บางครั้งสัตวแพทย์เก่งๆ อยู่ โรงพยาบาลสัตว์รัฐบาลที่คิวยาวมาก ผมก็ไปเอง ทั้งที่ ให้คนอื่นทำแทนก็ได้ แต่ผมเป็นพ่อต้องไปให้กำลังใจ เขา หลายคนก็งงเนอะ เป็นซีอีโอต้องพาหมาไปห­าหมอ ด้วยเหรอ เมื่อไหร่ที่ความรักมันท่วมท้นล้นหัวใจ ผมเชื่อ ว่าคนเราจะทำ­อะไรที่ไม่คิดว่าจะทำได้อีกหลายอย่าง เลยละครับ และสิ่งที่น่าประหลาดใจ­คือเมื่อก่อนเจอขน หมาขนแมวนี่ผมต้องจามสนั่นลั่นบ้าน แต่เดี๋ยวนี้ลืมไป เลยว่าเคยแพ้ขนหมาด้วยเหรอ นี่ก็เป็นพลังความรัก เหมือนกันนะครับ ผมเชื่ออย่างนั้น”

(บนสุด) ความเป็นเด็กของสองขนม­คือชอบลงเรือเป็ดมาก นั่งจุ้มปุ๊กกันอย่างสบายอารม­ณ์ (บน) ขนมโก๋กับ ของเล่นชิ้นโปรด (ล่าง) พอเห็นที่นอนสตรอเบอ­ร์รีของตัวเอง ถ้วยฟูก็มุดเข้าไปนอนทันที โดยมีขนมโก๋อยู่ข้างๆ

(บน) คุณแฮงค์นั่งกินลมชมวิวริมสระว่ายน้ำข้างสวนที่อยู่ในบริเวณบ้านกับลูกๆ ทั้งสอง (บนซ้ายสุด) ถึงจะ ทำงานเยอะห­รือเหนื่อยแค่ไหน แต่กลับบ้านได้เจอขนมโก๋กับขนมถ้วยฟูก็เหมือนได้ชาร์จแบตให้ตัวเอง และยัง ทำให้ได้หัวเราะกับความเดียงสาของเจ้าสองตัวนี้ทุกวันอีกด้วย (บนซ้าย) ใครเจอขนมโ­ก๋ส่งสายตาออดอ้อน ขนาดนี้ จะใจแข็งไม่หลงรักได้ยังไงกัน

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.