อนุสัญญา 87, 98 น่ากลัวเกินกว่าจะรับรองจริงหรือ !

Post Today - - บทความ - โกวิทย บุรพธานินทร

ที่น่าสนใจมีอะไรที่ทา2 ให้รัฐบาลทุก สมัยวิตกกังวลต่ออนุุสัญญาทั้งสอง ฉบับนี้ พิจารณาจากหลักการแล้วขอ หยิบยกมาสองสามประการคือ

ประการแรก อนุสัญญาฉบับที่ 87 ในมาตรา 10 ระบุุให้เสรีภาพในการจัด ตั้ง และการแสวงหาคุ้มครองปกป้อง ผลประโยชน์ของคนทา2 งาน (Further ing and Defending the Interest of Workers) ด้วยประโยคหลังส้นั ๆ นี้เอง ได้มีการตีความของคณะกรรมการของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งถูก น2ามาใช้เป็นบรรทัดฐาน กา2 หนดแนว ปฏิบัติจนทุกถึงทุกวันนี้ วลีนี้ได้ตีความ การทา2 กิจกรรมเพื่อแสวงหาปกป้องผล ประโยชน์ไว้กว้างขวางมาก โดยรวมถึง การใช้สิทธินัดหยุดงานของคนงาน และการปิดงานของนายจ้าง โดยถือ เป็นสิทธิพ้นื ฐานที่ทุกประเทศควร เคารพ ไม่ว่าจะให้การรับรอง หรือไม่ รับรองอนุสัญญาก็ตาม

ทา2 ไมถึงกลัวการนัดหยุดุ งานมาก นัก ทั้งๆ ที่หลักการของอนุสุ ัญญาฉบับ นี้ได้วางกรอบให้สามารถก2าหนดเงื่อนไข การนัดหยุดงานได้ เพื่อป้องกันมิให้มี การใช้พร2่าเพรื่อ หรือเกินขอบเขต อาทิ รัฐบาลสามารถระบุเงื่อนไขก่อนการใช้ สิทธิ เช่น ต้องแจ้งล่วงหน้า ต้องใช้ กลไกอ่นื ๆ เพื่อระงับข้อพิพาทที่ตกลง กันไม่ได้ก่อน เช่น การไกล่เกลี่ย การตั้ง อนุญาโตตุลาการ หรือการลงคะแนน เสียงว่าจะใช้สิทธิเป็นการลับ หรือการ กา2 หนดให้นัดหยุดงานได้โดยยกเว้น บางส่วนในกิจการส2าคัญ หรือแม้กระทั่ง การห้ามขัดขวางลูกจ้างที่ไม่เข้าร่วมการ นัดหยุดงานสามารถไปทา2 งานได้

ทสี่สา/ คัญ การใช้สิทธินัดหยุุดงาน นั้น ต้องอยูู่ในกรอบเพื่อแสวงหา ประโยชน์ของคนงาน เพราะฉะนั้น การจะใชส้ ิทธิ โดยเพื่อผลทางการ เมืองย่อมไม่อยูู่ในข่ายของหลักการ

นอกจากน้นั รัฐบาลอาจห้ามนัด หยุดงานในบางกรณีที่สา2 คัญ อาทิ ใน กรณีการมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือการห้ามในกิจการที่สา2 คัญซึ่งการใช้ สิทธินัดหยุดงาน อาจก่อให้เกิดความ เสียหายเป็นอันตรายต่อประชาชน

จา2 นวนมาก เป็นต้น

ประการที่สอง ก็คือ หลักการของ อนุสุ ัญญาฉบับนี้ที่พูดถึงเสรีภาพในการ รวมตัวจัดตั้งองค์กร ซึ่งกรณีนี้ถือ เป็นการเบ็ดเสร็จ จะยกเว้นได้ก็เฉพาะ กรณีของทหาร ต2ารวจ ซึ่งในทางปฏิบัติ หลักการข้อนี้กเ็ ป็นเรื่องที่ไม่น่าวิตก หากรฐั บาลจะมีกลไกอื่นๆ ข้นึ มาทดแทน การห้ามหรือไม่อนุญาตก็สามารถท2าได้ ในระดับหนึ่ง ซึ่งมีหลายประเทศน2ามา ใช้ และถือว่าไม่ขัดต่อหลักการ

ประการท่สี าม ซึ่งประเทศไทยมัก ถูกวิจารณ์ว่า มีกฎหมายภายในขัดกบั หลักการก็คือ การระงับข้อพิพาท แรงงานที่ตกลงกันไม่ได้ โดยวิธีการ บังคับโดยการชี้ขาด (Compulsory Arbitration) ซึ่งมาตรการในเชิงแบบ บังคับให้คกู่ รณนี า2 ขอ้ พพิ าทเข้าสู่คณะ บุุคคลเพื่อท2าการชี้ขาด และให้ค2าช้ขี าด เป็นอันสิ้นสุดทุกฝ่ายต้องปฏิบัติตามนั้น ในสายตาของหลักการของอนุสัญญา ถือว่าไม่สอดคล้องกับการให้สิทธิต่อ คู่กรณี ยกเว้นการใช้กลไกดังกล่าว คู่กรณีเห็นชอบทั้งสองฝ่าย มิใช่เสนอ โดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ที่สา2 คัญ มาตรการสุดท้ายในการสั่งการให้กลับ เข้าทา2 งานไม่ควรอยูู่ในฝ่ายบริหาร ควรอยู่ที่ขั้นตอนหรือศาลเป็นผู้ตัดสิน

จะเห็นว่าทุกประเทศก่อนรับรอง จะต้องทา2 การศึกษาอนุสัญญาอย่าง ถ่องแท้ ประเด็นอยู่ที่ว่า ทา2 ไมบาง ประเทศถึงไม่กลัวในการรับรองก็ เนื่องจากเหตุผลที่ว่า อนุสัญญาท้งั สอง ฉบับเพียงแค่การวางกรอบกว้างๆ เท่าน้นั รัฐบาลยังสามารถมีมาตรการ อื่นๆ ตราบใดที่มาตรการเหล่าน้นั ไม่ขัด ต่อหลักการ และจะขัดหรือไมเ่ ป็นเรื่อง ท่อี งค์กรแรงงานระหว่างประเทศจะ ตอ้ งตีความ อธิบายลงมา

สิ่งสา/ คัญที่ควรตระหนัก เรื่องการ แรงงานสัมพันธ์นั้น เป็นเรื่องของผล ประโยชน์ร่วม หากรัฐบาลสามารถสร้าง ระบบกลไกที่ท้งั สองฝ่ายสามารถตกลง กันได้ อยู่ร่วมกันสร้างสรรค์ความเจริญ ได้ มีตวั อย่างมากมาย แม้ประเทศเหล่า นั้นจะให้การรับรองอนุสัญญาก็ตาม ประเทศที่มีระบบแรงงานสัมพันธ์ที่คู่ กรณีร่วมกันยอมรับ อาทิ ออสเตรเลีย ได้สร้างกลไก การช้ขี าดแบบบังคับซึ่งคู่ กรณีเห็นพ้อง โดยเห็นการใช้สิทธินัด หยุดงานเป็นเรื่องรอง หรือไม่เห็นความ สา2 คัญเลย ขณะท่ปี ระเทศสิงคโปร์ ... แรงงานสัมพันธ์ในเชิงสมัครสมาน สามัคคี ก็ไม่เห็นรูปแบบการนัดหยุดงาน อยู่ในสายตา เป็นต้น

หากประเทศไทยจะสร้างสรรค์ ระบบแรงงานสัมพันธ์ของเราเอง โดย ไม่ละเมิดสิทธิพื้นฐานของลูกจ้างและ นายจ้าง ความจ2าเป็นท่จี ะไม่รับรอง อนุสัญญาทั้งสองก็สามารถทา2 ได้ เหตุผลง่ายๆ ก็คือ เรามิได้ละเลยหรือ ละเมิดหลักการ และการระบุว่าระบบ ของเราดีกว่ากลไก ภายใต้หลักการของ อนุสัญญาที่จ้างได้ ■

Newspapers in Thai

Newspapers from Thailand

© PressReader. All rights reserved.